Home ข่าว พบพิรุธ พ่อชมพู่ พยานยืนยันโผล่อยู่ถนน ตอนลูกหาย ไม่ได้อยู่ที่นา

พบพิรุธ พ่อชมพู่ พยานยืนยันโผล่อยู่ถนน ตอนลูกหาย ไม่ได้อยู่ที่นา

31 second read
ปิดความเห็น บน พบพิรุธ พ่อชมพู่ พยานยืนยันโผล่อยู่ถนน ตอนลูกหาย ไม่ได้อยู่ที่นา
0
4,937

จากกรณีการเสียชีวิตปริศนาของ “น้องชมพู่” อายุ 3 ขวบ เหตุเกิดที่บ้านกกกอก อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร ตั้งแต่วันที่ 11 พฤษภาคม 63 กระทั่งไปพบศพกลางป่าบนเขาภูเหล็กไฟ ห่างจากบ้าน 5 กม. ขณะที่ตำรวจกำลังเร่งหาหลักฐานเพื่อตรวจหาDNAแฝงแต่ผ่านไปเดือนกว่าแล้วก็ยังไม่สามารถคลี่คลายคดีได้

ล่าสุด นายอนามัย พ่อน้องชมพู่ ให้สัมภาษณ์โดยเบื้องต้นชี้แจงว่า พ่อไม่เคยรู้เลยว่า มีคนเห็นพ่อ 4 คน ที่ออกมาบอกว่า จะเป็นพยานให้พ่อ ทีมข่าวลงพื้นที่บ้านกกกอก ต.กกตูม อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร ไปพูดคุยกับ นางมิน นามสมมติ คนเลี้ยงควายที่เห็นพ่อของน้องชมพู่ในวันเกิดเหตุ เปิดเผยว่า

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 11 พ.ค.63 ซึ่งเป็นวันเกิดเหตุ เวลาประมาณ 09.00ถึง10.00 น. ขณะที่ตนยืนเลี้ยงควายอยู่ที่นาของตัวเอง ก็เห็นนายอนามัย นั่งรถไถนาอยู่ที่นาของยายอุ่น ซึ่งห่างจากจุดที่ตนยืน ประมาณ 700 เมตร โดยตนจำได้ชัดเจนว่าเป็นพ่อของน้องชมพู่ สวมเสื้อสีแดง ซึ่งตนก็เห็นเขาแค่ครั้งเดียวและไม่รู้ว่านายอนามัย กลับไปช่วงเวลาไหน เพราะตนต้องดูควายกินหญ้า



นางมิน ยังบอกอีกว่า ตนค่อนข้างมั่นใจว่าคนที่ตนเห็นเป็นพ่อของน้องชมพู่ เพราะช่วงเช้าของวันเดียวกันนั้น ตนก็ได้ยินว่าพ่อของน้องชมพู่ จะไปไถนาของยายอุ่น อีกทั้งตนยังจำรถไถของพ่อของน้องชมพู่ อย่างไรก็ตาม ตนไม่รู้ว่านายอนามัยกลับจากนาตอนไหน เพราะตอนที่ตนเดินออกจากนาก็ไม่ได้หันกลับไปมองอีก และไม่รู้ว่าเขากลับจากนาตอนไหน ทีมข่าวได้พูดคุยกับ นายธนกฤต หลาบโพธิ์ สามีผู้ใหญ่บ้านขัวสูง เเละเป็นลูกพี่ลูกน้องกับเเม่น้องชมพู่ ยืนยันว่าเห็นพ่อน้องชมพู่ในวันที่ 11 พ.ค.63 เเต่ช่วงเวลาที่เห็นนั้น

เเตกต่างจากพยานคนอื่น ๆ นายธนกฤต เล่าว่า วันที่ 11 พ.ค.63 ที่ผ่านมา ตนขับรถไถเดินตามออกจากบ้านเวลา 08.37 น. กำลังจะไปรับจ้างหยอดข้าวในหมู่บ้านกกกอก เเต่ระหว่างทาง เวลา 09.20 น. ได้ขับสวนทางกับพ่อน้องชมพู่ ซึ่งพ่อน้องชมพู่ขับรถไถสีส้ม สวนมาจากหมู่บ้านกกกอก ก็ได้มีการพยักหน้าทักทายกัน นายธนกฤต ยืนยันว่า เห็นในเวลา 09.20 น. จริง ๆ เเละตอนที่เห็น พ่อน้องชมพู่ยังขับรถไถไม่ถึงนา

ผู้สื่อข่าวถามว่าตอนนี้พ่อเเม่ชมพู่ กับลุงพล ก็ต่างสงสัยซึ่งกันเเละกัน มองว่าอย่างไร นายธนกฤต ตอบว่า ตอนนี้สงสารลุงพลมาก หากหมายจับออกที่ลุงพล ตนเองไม่เชื่อเด็ดขาด เพราะลุงพลรักน้องชมพู่มาก ทั้งนี้ตนสงสัยเหมือนกับลุงพล ว่าเหตุใดพ่อกับเเม่จึงไม่ขึ้นไปหาลูก ซึ่งถ้าหากเป็นลูกของตน ไม่ว่าจะเป็นอย่างไรก็ต้องขึ้นไปหาลูก ที่บ้านกกกอก ต.กกตูม อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร ทีมข่าวอมรินทร์ทีวี ได้พบกับ นางอุ่น อวนวัง อายุ 70 ปี ชาวบ้านกกกอก เปิดเผยว่า ในวันที่ 11 พ.ค.63

ซึ่งเป็นวันที่น้องชมพู่หายไป นายอนามัย พ่อของน้องชมพู่ ได้ขี่รถจักรยานยนต์ มาหาตนที่หน้าบ้าน ซึ่งตนจำเวลาที่แน่ชัดไม่ได้ แต่เป็นช่วงที่พระบิณฑบาตเสร็จไม่นานนัก คาดว่าเวลาน่าจะประมาณ 06.30-07.00 น. ซึ่งนายอนามัยได้ขี่รถมาจอดหน้าบ้าน แต่ไม่ได้ลงจากรถ ตนจำลักษณะการแต่งกายของเขาไม่ได้ และไม่รู้ว่าเขาสวมเสื้อสีส้มหรือไม่ แต่ได้ยืนตะโกนถามตนว่า จะให้ไปไถนาให้หรือไม่

ทั้งนี้ตนก็ตอบว่า ให้เขาไปไถ และให้ไปตอนไหนก็ได้ ซึ่งนายอนามัยก็ตอบมาเพียงว่า จะไปไถให้ตอนช่วงเช้า หลังจากนั้นเจ้าตัวก็ขี่รถออกไป แต่ตนก็ไม่รู้ว่าเขาไปไถนาเลยหรือไม่ คนในหมู่บ้านก็เห็นว่าเขาไปไถนาอยู่ แต่ตนไม่มั่นใจเรื่องเวลา แต่ในวันนั้นนายอนามัย ก็ไถ่นาให้ตนได้เพียง 1 ไร่ ยังไถ่ไม่เสร็จทั้งหมด เนื่องจากมีคนโทรศัพท์ไปบอกว่าน้องชมพู่หายตัวไป เขาจึงรีบกลับมาที่หมู่บ้านเสียก่อน

ทีมข่าวทดลองให้ชาวบ้านขับรถไถนาขนาดใกล้เคียงกับรถไถของพ่อน้องชมพู่ไถนา ซึ่งรถของพ่อน้องชมพู่ขนาด 36 เเรงม้า ส่วนรถที่ใช้ในการทดลองขนาด 47 เเรงม้า ใช้ความเร็วรอบเครื่องประมาณ 2 พัน ถึง 2.5 พันรอบ เวลาการไถ 1 ไร่ ต่อ 1 ชั่วโมง นายอนันตชัย เชื้อคนเเข็ง คนรับจ้างขับรถไถ เปิดเผยว่า หากจะคำนวนเวลาที่เเน่นอนว่าพื้นที่กี่ไร่ ใช้เวลาไถเท่าไหร่ เป็นเรื่องที่ยาก เพราะมีหลายตัวเเปรที่จะทำให้เวลาเเตกต่างกัน ทั้งเรื่องสภาพที่ดิน สภาพรถ ขนาดรถ เเละความเร็วที่ใช้ รวมไปถึงลักษณะการขับของเเต่ละคน

ตัวเเปรเเรก คือ สภาพที่ดิน หากดินอ่อน จะใช้เวลาการไถประมาณไร่ละ 1 ชั่วโมง เเต่หากดินเเข็งก็จะใช้เวลาประมาณ 1.5 ชั่วโมง ซึ่งช่วงเดือน พ.ค. เป็นหน้าเเล้ง ดินจะเเข็งกว่าปกติ คาดว่าใช้เวลาไถไม่ต่ำกว่า 1.5 ชั่วโมง เเต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับขนาดรถด้วย ซึ่งรถพ่อน้องชมพู่ขนาดเล็กกว่ารถคันที่ใช้ทดลอง เเละน้ำหนักก็เบากว่า อาจใช้เวลามากกว่าเล็กน้อย

ตัวเเปรต่อมา คือ สภาพรถ หากเป็นรถใหม่จะไถต่อเนื่องได้ประมาณ 8 ชั่วโมง โดยไม่ต้องพัก เเต่หากสภาพรถเก่าก็อาจจะต้องมีการพักรถเป็นระยะ นอกจากนี้ความเร็วที่ใช้ เเละลักษณะคนขับ ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อระยะเวลา ซึ่งคนขับบางคนใจร้อน ขับเร็ว ก็ใช้เวลาน้อยกว่า คนขับบางคนใจเย็นขับช้า ก็ใช้เวลามากกว่า

Load More Related Articles
Load More By JOKER
Load More In ข่าว
Comments are closed.

Check Also

เปิดอันดับ 9 ดาราไทย หันหลังให้กับวงการบันเทิง

ต้องบอกว่าวงการบันเทิงนั้นเป็นสิ่งที่ไม่แน่นนอนสำหรับนั … …