Home ข่าว แพทย์แจงสาเหตุ 2 หนูน้อยเคราะห์ร้ายป่วยหนัก ก่อนโดนหญิงอ้างเป็นแม่ ใช้เป็นเครื่องมือหากิน

แพทย์แจงสาเหตุ 2 หนูน้อยเคราะห์ร้ายป่วยหนัก ก่อนโดนหญิงอ้างเป็นแม่ ใช้เป็นเครื่องมือหากิน

30 second read
ปิดความเห็น บน แพทย์แจงสาเหตุ 2 หนูน้อยเคราะห์ร้ายป่วยหนัก ก่อนโดนหญิงอ้างเป็นแม่ ใช้เป็นเครื่องมือหากิน
0
4,549

สืบเนื่องจากกรณีที่ พ.ต.อ.ปทักข์ ขวัญนา ผกก.4 บก.ป. พร้อมด้วย พ.ต.ท.ณัฐพงษ์ เกิดเอี่ยม รอง ผกก.4 บก.ป. และเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ กก.4 บก.ป. นำกำลังเข้าจับกุม น.ส.นิษฐา วงวาล หรือ แม่ปุ๊ก อายุ 29 ปี ชาว กทม. ตามหมายจับศาลอาญา ที่ 675/2563 ลง 18 พฤษภาคม 2563 ข้อหา “รับไว้ซึ่งเด็กโดยมีความมุ่งหมายเพื่อเป็นการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ,พยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน,ทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้นั้นถึงแก่ความตาย,ฉ้อโกงโดยการแสดงตนเป็นคนอื่น, ฉ้อโกงประชาชน” ได้ที่บ้านพักแห่งหนึ่งภายในซอยเทิดราชัน 13 ถ.เทิดราชัน แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กทม. โดยจับกุมตัวได้เมื่อวันที่ 18 พ.ค. ที่ผ่านมา

ต่อมา เฟซบุ๊ก ตามล่า V.2 ได้แฉแชตลับระหว่างแม่ปุ๊กกับนางเอม มีรายละเอียดคร่าว ๆ ว่า เตรียมงานศพให้ลูกสาวคนโตเรียบร้อยแล้ว ไม่มีอะไรติดค้าง และก็มีการเปิดเผยด้วยว่า ลูกชายคนเล็ก ลูกอีกคน ไม่ใช่ลูกแท้ ๆ ว่า “หลานชายพี่เอง ลูกน้องชายพี่ เลี้ยงคู่มากับลูกสาว เลี้ยงเหมือนกับลูกคนโตนี่ล่ะ เอาแต่ลูกคนอื่นมาเลี้ยง”

อ่านข่าว – เพจดังเผยแชทลับ หญิงใจบาป อ้างตัวเป็นแม่ ขอรับบริจาคเงินช่วยลูก



ล่าสุด รองศาสตราจารย์นายแพทย์พฤหัส ต่ออุดม ผู้อำนวยการโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ พร้อมด้วย ดร.ขนิษฐา บูรณพันศักดิ์ หัวหน้างานสังคมสงเคราะห์ ร่วมกันแถลงข่าวกรณีของ หนูน้อยทั้ง 2 ที่เข้ามารักษาอาการป่วยที่โรงพยาบาล ซึ่งเริ่มแรกจาแม่ปุ๊กพาลูกชายมาที่โรงพยาบาลครั้งแรก เข้ารักษาตัววันที่ 13 ม.ค. 63 ในหอผู้ป่วยพิเศษ อาการที่น้องมาด้วยอาการอาเจียนเป็นเลือด จากการซักประวัติแม่ปุ๊กเมื่อ 10 วันก่อน น้องมีการการอาเจียนเป็นเลือด หลังจากกินปลาหมึกย่าง จึงต้องเข้ารักษาที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งในจังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งเมื่อน้องเข้ามา ก็ได้ซักประวัติตรวจเพิ่มเติม และส่องกล้องหาสาเหตุที่อาเจียนออกมาเป็นเลือดสีดำ หลอดอาหาร กระเพราะอาหาร พบมีการอักเสบของเยื่อบุกระเพราะอาหาร

จากนั้น น้องได้รับการรักษาจนอาการดีขึ้น สามารถรับประทานอาการได้ และอาการดีขึ้น จนกระทั่งวันที่ 23 ม.ค. 63 จู่ๆ น้องมีอาการทรุดในลักษณะที่คล้ายเดิม คือ ปวดท้องกระทันหัน อาเจียนเป็นเลือด ปากบวม อุจจาระเหลวสีดำ ซึ่งถือว่าวิกฤต จนต้องย้ายน้องเข้ามารักษาอาการที่ห้องไอซียู จากนั้นได้ทำการส่องกล้องซ้ำที่กระเพราะอาหาร พบมีแผลอักเสบรุนแรง ซึ่งครั้งนี้ทำให้ทางทีมแพทย์เริ่มสงสัยว่าร่างกายของน้อง น่าจะได้รับสารกัดกร่อน

อย่างไรก็ตาม ทีมแพทย์ได้รักษาในวันที่ 23 ม.ค. จนถึงต้นเดือน เม.ย. 63 จนน้องออกจากห้องไอซียู และกลับมารักษาตัวที่หอผู้ป่วยพิเศษ ซึ่งน้องสามารถรับอาการจากบุคคลภายนอกที่เข้ามาเยี่ยม และทางญาติก็สามารถเข้ามาเยี่ยมได้ตามปกติ แต่เมื่อออกมาได้ไม่นาน อาการของน้องก็ทรุดและดีสลับกัน จึงทำให้ทางทีมแพทย์ เริ่มสงสัยอาการที่ไม่สอดคล้องกับการรักษา จึงเริ่มจำกัดการเข้าเยี่ยมในระยะเวลาประมาณ 1 เดือนครึ่ง โดยมีการไม่อนุญาตให้นำอาหารเข้ามาเยี่ยม และเวลาที่แม่ปุ๊กเข้าเยี่ยม ก็จะมีทีมแพทย์คอยอยู่ด้วยตลอดเวลา

กระทั่งเมื่อวันที่ 14 พ.ค. น้องอาการดีขึ้น และกำลังจะเตรียมตัวกลับ แต่ทางทีมแพทย์แจ้งกับทางแม่ปุ๊กว่าให้น้องนั้นอยู่ที่โรงพยาบาลไว้ก่อน เพื่อประวิงเวลา ขณะที่หมออีกทีมหนึ่งก็ไปประสานกับทาง พม. เพื่อให้มารับตัวน้อง ในวันที่ 18 พ.ค. โดยอาการของหนูน้อยนั้นหลังจากที่ออกจากโรงพยาบาล ก็จะมีภาวะแทรกซ้อน มีลอยผนังทะลุข้างลำคอ รอให้แผลค่อยๆหาย และน้องมีอาการเสียงแหบ เหนื่อยง่ายเวลาเล่นเพราะมีการอักเสบทางปอด ซึ่งอาการล่าสุดของน้องตอนนี้ยังไม่ได้เข้าไปเยี่ยม แต่หลังจากนี้จะมีการผ่าตัดที่คอเพื่อรักษา

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาในระหว่างที่รักษาตัวเด็กผู้ชายนั้น แม่ปุ๊กจะคอยดูแลน้องอย่างใกล้ชิด และเป็นคนที่ป้อนอาหารน้องเกือบทุกครั้ง เนื่องจากเป็นผู้ป่วยเด็กและอยู่ในห้องพิเศษด้วย

ส่วนการตั้งข้อสังเกตของทีมแพทย์นั้น ทางแพทย์รู้สึกว่า ถ้าเป็นการแพ้อาการเมื่อไม่ได้รับเชื้อนั้นแล้ว อาการก็จะทุเลาลงและหายไป แต่ปรากฎว่า กรณีของเด็กทั้งสองคนนี้ แม้ว่าจะไม่ได้รับอาหารชนิดนั้นแล้ว อาการก็ยังคงทรุดอยู่ ทำให้ทีมแพทย์คาดว่า น่าจะเกิดอาการแพ้สารเคมีบางชนิดที่ไม่ใช่อาหาร ซึ่งมีฤทธิ์กัดกร่อน ซึ่งเกิดขึ้นเฉพาะจุดของร่างกาย ซึ่งเป็นทางระบบทางเดินอาหาร ตั้งแต่ปาก ไปจนถึง กระเพราะอาหาร

ในส่วนของเด็กผู้หญิง น้องได้เข้ามารักษาตัวที่โรงพยาบาลในวันที่ 20 ธ.ค. 61 ได้รักษากันอยู่ประมาณ 8 เดือน ก่อนที่จะเสียชีวิตในวันที่ 12 ส.ค. 62 โดยมีการเข้าออกจากโรงพยาบาล 7 ครั้ง ซึ่งมีอาการคล้ายกันกับเด็กผู้ชาย โดยเด็กผู้หญิงมีอาการเลือดออกจากทางเดินอาหาร จึงต้องส่องกล้อง พบว่ามีอาการอักเสบตามเยื่อบุต่างๆซ้ำไปซ้ำมา และมีความดันโลหิตสูงมาก และต่อมาน้องเสียชีวิตด้วยด้วยภาวะตับและไตวาย ซึ่งน่าจะเกิดจากการที่ได้รับภาวะแทรกซ้อนหลายโรคและต้องรักษาตามอาการโดยการให้ยา

ทั้งนี้ ที่ผ่านมากรณีของผู้ป่วยที่พยายามฆ่าตัวตายด้วยการดื่มน้ำยาล้างห้องน้ำที่มีสารกัดกร่อน จะมีลักษณะแผลใกล้เคียงแผลของน้องทั้งสองคน แต่อย่างไรก็ตามอาการของเด็กทั้ง 2 นั้นนั้น ทางทีมแพทย์ยอมรับว่าไม่เคยเจอ ส่วนเรื่องค่ารักษาพยาบาลของน้องทั้งสองคน การรักษาตามสิทธิ์ของ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ สปสช. , กองทุนช่วยเหลือผู้ป่วยเด็ก และกองทุนสังคมสงเคราะห์ของโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ โดยค่าใช้จ่ายของเด็กผู้หญิงทั้งหมด อยู่ที่ประมาณเกือบ 5 แสนบาท ส่วนของเด็กผู้ชาย ค่าใช้จ่าย เกือบ 2 แสนบาท โดยทั้งสองคนนี้ มีค่าส่วนต่างอยู่ที่หลักพันเท่านั้น

สำหรับสารเคมีที่เด็กทั้งสองคนได้รับ อยู่ในระหว่างการตรวจสอบ จึงอยากจะให้รอผลทางชัดเจน จากพนักงานสอบสวน เนื่องจากหลายประเด็นมีผลกระทบต่อรูปคดี

Load More Related Articles
Load More By ริวซากิ
Load More In ข่าว
Comments are closed.

Check Also

เพจดังเผยแชทลับ หญิงใจบาป อ้างตัวเป็นแม่ ขอรับบริจาคเงินช่วยลูก

สืบเนื่องจากกรณีที่ พ.ต.อ.ปทักข์ ขวัญนา ผกก.4 บก.ป. พร้ … …