Home ข่าว กองทัพภาค 4 ลดโทษขังจ่าจำปาแล้ว ลูกกตัญญูกำลังจะเป็นอิสระ

กองทัพภาค 4 ลดโทษขังจ่าจำปาแล้ว ลูกกตัญญูกำลังจะเป็นอิสระ

36 second read
ปิดความเห็น บน กองทัพภาค 4 ลดโทษขังจ่าจำปาแล้ว ลูกกตัญญูกำลังจะเป็นอิสระ
0
3,535

จากกรณีที่ จ.ส.อ.พีรศักดิ์ จำปา หรือ จ่าจำปา ทหารสื่อสารประจำหมวดกองร้อยลาดตระเวนระยะไกลที่ 5 กองพลทหารราบที่ 5 ค่ายเทพสตรีศรีสุนทร ต.กะปาง อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ถูกสั่งลงทัณฑ์โดยการจำขัง 45 วัน ณ เรือนจำมณฑลทหารบกที่ 43 และส่งไปฝึกที่ศูนย์ฝึกธำรงวินัย กองทัพภาคที่ 4 พร้อมสั่งงดบำเหน็จประจำปี 2563 (ครึ่งปีหลัง) หลังจากพบพฤติกรรมโต้แย้งคำสั่งของนายลือชัย เจริญทรัพย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ในการกำหนดเปิด-ปิดทางเข้าออกพื้นที่ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 กระทั่งต่อมาในโลกโซเชียล ได้แผยแพร่ข้อมูลและภาพ ครอบครัวของของ “จ่าจำปา” พบสภาพความเป็นจริงเรื่องอาการป่วยติดเตียงของผู้เป็นมารดา จนนำไปสู่การแสดงออกซึ่งน้ำใจของคนไทย ผ่านยอดเงินบริจาคกว่าแสนบาท

กระทั่งต่อมา ในเพจเฟซบุ๊ก Wassana Nanuam ผู้สื่อข่าวอาวุโสสายทหาร และ เพจ Army times Thailand ได้แชร์ความคืบหน้าที่ทำให้หลายคนถึงน้ำตาไหล ว่า “เบิกตัว “จ่าจำปา” มาเยี่ยมแม่ กอดกัน น้ำตาริน พร้อมระบุรายละเอียดด้วยว่า “ผบ.ต้น” หรือ พล.ต. ศานติ ศกุนตนาค ผบ.พล.ร.5 ได้สั่งการให้ พ.อ. อภินันท์ แจ่มแจ้ง เสธ.พล.ร.5 เบิกตัว “จ่าจำปา” จ.ส.อ.พีรศักดิ์ จำปา กำลังพลสังกัด ร้อย.ลว.ไกล.5 พล.ร.5 ที่กำลังถูกลงโทษ จำขัง 45 วัน เพราะโต้เถียงผู้ว่าฯตรัง เดินทางเยี่ยมมารดา จากนั้นไม่นาน กองทัพภาคที่ 4 มอบหมายให้ โรงพยาบาลค่ายเทพสตรีศรีสุนทรและ พัน.สร.5 ดำเนินการจัดหาเตียงผู้ป่วยและรถเข็นผู้ป่วย พร้อมทั้งจัดชุด แพทย์, พยาบาล และ นักกายภาพบำบัด เพื่อให้การแนะนำในการดูแล และรักษาพยาบาล มารดาของ จ.ส.อ.พีรศักดิ์ จำปา ซึ่งเป็นผู้ป่วยติดเตียง ตามนโยบายการดูแลกำลังพล และครอบครัวของกองทัพบก

อ่านข่าว – กองทัพภาค 4 จัดส่งอุปกรณ์ชุดใหญ่ พร้อมแพทย์ นักกายภาพ ดูแลแม่ จ่าจำปา ลูกกตัญญู



ล่าสุด พบข้อความไลน์หลุดนายทหาร กรณีสั่งลงโทษจำขัง จ่าจำปา ระบุว่าด้วยเรื่องช่วยเหลือคนละประเด็น อ้างเจ้าตัวผิดเพราะไปถามปลัด ทิ้งท้ายประโยคเดือดกระแสพวกนายสิบปล่อยมัน เดี๋ยวก็เงียบ

โดย เฟซบุ๊กเพจ ร่วมด้วยช่วย 3 จว.ชายแดนใต้ ได้โพสต์ภาพแชตไลน์ของนายทหารผู้หนึ่ง กรณีที่ จ.ส.อ.พีรศักดิ์ จำปา หรือ “จ่าจำปา” ทหารประจำหมวดกองร้อยลาดตระเวนระยะไกลที่ 5 กองพลทหารราบที่ 5 ค่ายเทพสตรีศรีสุนทร ต.กะปาง อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ถูกสั่งลงทัณฑ์โดยการจำขัง 45 วัน ณ เรือนจำมณฑลทหารบกที่ 43 และส่งไปฝึกที่ศูนย์ฝึกธำรงวินัย กองทัพภาคที่ 4 พร้อมสั่งงดบำเหน็จประจำปี 2563 (ครึ่งปีหลัง) หลังมีข่าวปรากฏในสื่อมวลชนและสื่อสังคมออนไลน์ กล่าวหาโต้เถียงกับ นายลือชัย เจริญทรัพย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ระหว่างรีบไปจังหวัดตรังเพื่อพาแม่ที่ป่วยหนักไปโรงพยาบาล

โดยข้อความสนทนาของนายทหารผู้นี้ระบุว่า “เรื่องช่วยเหลือคนละประเด็น ด่านมีด่านหลัก อันนี้ที่มันผิดจริง แต่ทางปกครอง เค้าคิดว่าเค้าถูก ผมคุยกับปลัดเพื่อนผม และเห็นหลายๆ คอมเมนต์จากปล้ด ส่วนกระแสพวกนายสิบ ปล่อยมัน เดี๋ยวก็เงียบ” ข้อความดังกล่าวถูกส่งต่อไปยังกลุ่มทหารนายสิบ ซึ่งสำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนายสิบทหารบก ที่ จ.ส.อ.พีรศักดิ์เป็นศิษย์เก่า กระจายไปจำนวนมาก และสร้างความไม่พอใจเมื่อได้พบเห็น

ขณะเดียวกัน พล.ต.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ เสนาธิการกองทัพภาคที่ 4 และโฆษกกองทัพภาคที่ 4 กล่าวว่า ตามที่กองทัพภาคที่ 4 ได้ชี้แจงเหตุผลในการลงทัณฑ์กำลังพลพร้อมกำชับดูแลครอบครัว กวดขันวินัยและตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมอย่างรอบด้าน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย กรณี จ่าสิบเอก พีระศักดิ์ จำปา คณะกรรมการของกองทัพภาคที่ 4 ได้เข้าทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงด้วยการสอบสวนผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ประกอบด้วย ผู้ถูกสั่งลงทัณฑ์ ผู้บังคับบัญชาโดยตรง เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ ณ ด่านตรวจในวันเกิดเหตุ พยานบุคคล และพยานแวดล้อมอื่นๆ อย่างรอบด้าน

สามารถสรุปได้ว่า ถึงแม้พฤติกรรมและการแสดงออกของ จ่าสิบเอกพีระศักดิ์ จำปา จะเข้าข่ายกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.วินัยทหาร ฐานใช้กิริยาวาจาไม่สมควรและไม่ปฏิบัติตามนโยบาย และคำสั่งของผู้บังคับบัญชาเหนือตน ที่ได้สั่งการให้ทหารทุกคนปฏิบัติตัวให้เป็นแบบอย่างที่ดี ประพฤติและปฏิบัติตามกฎหมายและข้อกำหนดต่างๆ ตามที่ได้ออกประกาศไว้แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ตามนโยบายรัฐบาลและส่วนราชการในพื้นที่อย่างเคร่งครัด หากผู้ใดฝ่าฝืนก็จะได้รับการลงทัณฑ์สถานหนัก

อย่างไรก็ตามเมื่อพิจารณาถึงเหตุผลและความจำเป็นที่ต้องไปดูแลมารดาซึ่งป่วยหนัก และต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษและ จ่าสิบเอก พีระศักดิ์ ได้สำนึกผิดว่าได้กระทำผิดวินัยทหารจริงประกอบกับที่ผ่านมาได้เป็นผู้ที่ปฏิบัติงานด้วยความทุ่มเทเสียสละ ส่งผลดีต่อทางราชการและไม่เคยกระทำความผิดวินัยร้ายแรงมาก่อน จึงเป็นเหตุอันควรปรานี สมควรลงทัณฑ์ จำขัง มีกำหนด 7 วัน ตั้งแต่ 17 – 23 เม.ย. 63 ณ เรือนจำ มทบ.43 ค่ายเทพสตรีศรีสุนทร อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช

การทบทวนการสั่งลงทัณฑ์ในครั้งนี้ไม่ใช่กระแสสังคมมากำหนด แต่เป็นไปตามขั้นตอนของการปกครองบังคับบัญชาตามลำดับชั้นของหน่วยทหาร ที่จะต้องดำเนินการอย่างรอบด้าน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับกำลังพลทุกระดับอย่างเท่าเทียมกัน เพราะวินัยทหารใช้บังคับกับกำลังพลทุกระดับ โดยไม่มีข้อยกเว้น สำหรับกรณีที่เกิดขึ้นผู้บังคับบัญชาได้ใช้ดุลยพินิจอย่างเหมาะสมแล้วว่ามีเหตุผลสมควรต่อการลดโทษ สำหรับการดูแลมารดาที่เจ็บป่วย ยังคงให้ทีมแพทย์ของหน่วยทหารเข้าดำเนินการอย่างต่อเนื่อง พร้อมอำนวยความสะดวกด้านการรักษาพยาบาลตามห้วงเวลาให้ดีที่สุด

ทั้งนี้ ได้เน้นย้ำให้ผู้บังคับหน่วยทุกระดับ กวดขันวินัยกำลังพล อย่างเข้มงวด พร้อมทั้งให้ปฏิบัติตามมาตรการ นโยบาย ระเบียบและคำสั่งที่เกี่ยวข้องของรัฐบาล ส่วนราชการและกองทัพบก ในเรื่องการป้องกัน การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 อย่างเคร่งครัด จนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่สภาวะปกติ

Load More Related Articles
Load More By ริวซากิ
Load More In ข่าว
Comments are closed.

Check Also

ชาวเมืองวิตกหนัก สธ.อินโดนีเซียพบโคโรนากลายพันธุ์โผล่ในประเทศ

นับเป็นเวลาเกือบ 9 เดือนแล้ว ที่ทั่วโลกต้องต่อสู้กับเจ้ … …