Home ข่าว ทูตมะกันชมเปาะเมืองไทย มั่นใจกรุงเทพฯ บริการสาธารณสุขดีเลิศ

ทูตมะกันชมเปาะเมืองไทย มั่นใจกรุงเทพฯ บริการสาธารณสุขดีเลิศ

1 min read
ปิดความเห็น บน ทูตมะกันชมเปาะเมืองไทย มั่นใจกรุงเทพฯ บริการสาธารณสุขดีเลิศ
1
1,114

จากสถานการณ์โรคปอดอักเสบชนิดรุนแรงที่เกิดจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือ ไวรัสโควิด -19 ที่ชาวไทยกำลังต่อสู้อย่างสุดกำลัง ซึ่งข้อมูล ณ วันที่ 8 เมษายน 2563 เวลา 15.00 น. เปิดเผยว่า มีผู้ป่วยสะสมทั่วโลกอยู่ที่ 1,434,235 ราย มีผู้เสียชีวิต 82,143 คน ในจำนวนนี้มีผู้รักษาหายแล้ว 302,453 ราย

โดยสหรัฐอเมริกายังคงครองอันดับหนึ่งของโลกที่มียอดผู้ป่วยสะสมพุ่งไปถึง 400,546 ราย รองลงมาคือสเปนที่มียอดผู้ป่วยสะสมที่ 141,942 รายอันดับสามเป็นอิตาลีอยู่ที่ 135,586 ราย อันดับสี่เป็นฝรั่งเศสที่ 109,069 ราย อันดับที่ห้าตกเป็นของเยอรมันที่ 107,663 ราย อันดับที่หกเป็นจีนที่ 81,802 ราย อันดับเจ็ดเป็นอิหร่านมีผู้ป่วยสะสมอยู่ที่ 62,589 ราย อันดับที่แปดเป็นสหราชอาณาจักรที่ตัวเลข 55,242 ราย อันดับที่เก้าเป็นตุรกีที่ 34,109 ราย และอันดับสิบเป็นสวิตเซอร์แลนด์ที่ 22,328 ราย (ข้อมูล ณ วันที่ 8 เมษายน 2563 เวลา 15.00 น.)

ด้าน ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด19 นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกกระทรวงสาธารณสุข และ โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. ได้อัพเดตผู้ป่วยประจำวันที่ 8 เมษายน 2563 เวลา 11.30 น. ว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 111 ราย โดยยอดสะสมอยู่ที่ 2,369 ราย หายป่วยสะสม 888 ราย ขณะเดียวกันมีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 3 ราย ส่งผลให้ยอดผู้ติดเชื้อสะสมเพิ่มเป็น 30 ราย



อ่านข่าว – ศบค.แถลงอัพเดทติดเชื้อโควิดเพิ่ม 111 เสียชีวิตอีก 3 ข้อมูลชี้ชัดปัญหาใหญ่ พวกเดินทางจากตปท.

ล่าสุด นายไมเคิล จอร์จ ดีซอมบรี เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย ได้โพสต์ข้อความลงบนทวีตเตอร์ @USAmbThailand ระบุว่า “I am very confident that Bangkok will be a very good place for my family to be during this crisis…There is excellent health care available, and we have CDC and AFRIMS as part of the Mission resources.”

“ผมบอกกับทุกคนได้เลยว่า ผมมั่นใจอย่างยิ่งว่ากรุงเทพฯ จะเป็นที่ที่ดีมากสำหรับครอบครัวของผมในช่วงวิกฤตนี้ อย่างที่ได้พูดไปแล้วว่า ที่นี่มีบริการด้านสาธารณสุขที่เป็นเลิศ เรามี CDCและ AFRIMS เป็นทรัพยากรส่วนหนึ่งของสถานทูต เหมือนดังเช่นที่ท่านประธานาธิบดีทรัมป์ได้กล่าวไว้เมื่อเช้าวานนี้ว่า”

…แม้ในช่วงที่ท้าทายที่สุด ชาวอเมริกันก็ไม่สิ้นหวัง เราไม่จำนนต่อความกลัว เรารวมพลังกัน เราเพียรพยายาม และเราก้าวผ่านอุปสรรค และเราจะชนะ”

อย่างไรก็ตาม ที่สหรัฐอเมริกามียอดผู้เสียชีวิตสะสม 400,546 ราย เสียชีวิตแล้ว 12,857 ราย มีผู้รักษาหายแล้ว 21,711 ราย และมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มขึ้นทุกนาที

ก่อนหน้านั้นในเว็บไซด์ของสถานทูตสหรัฐฯและสถานกงสุล ในประเทศไทย เมื่อวันที่ 21 มี.ค. 2563 ได้แสดงบทความ ของ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ไมเคิล จอร์จ ดีซอมบรี เรียกร้องให้สาธารณรัฐประชาชนจีนดูแลชีวิตให้ปลอดภัย ไม่ใช่รักษาหน้าของตนเอง มีเนื้อหาใจความสำคัญ ระบุว่า “ครั้งหนึ่งมาร์ก ทเวน นักเขียนชาวอเมริกันผู้มีชื่อเสียง เคยกล่าวไว้ว่า “คำโกหกสามารถเดินทางได้ครึ่งค่อนโลก ขณะที่ความจริงเพิ่งจะเริ่มสวมรองเท้า” คำกล่าวนั้นเป็นจริงอย่างยิ่งในศตวรรษที่ 21 ในยุคสื่อสังคมของโลกปัจจุบัน น่าเศร้าที่เรามักจะเห็นข้อมูลเท็จไปถึงผู้รับสารในวงกว้างผ่านทางอินเทอร์เน็ตในเพียงชั่วพริบตาเดียวอยู่เสมอ แม้กระนั้น เราทั้งหลายควรระมัดระวังเป็นพิเศษเมื่อกระบอกเสียงของรัฐบาลเผยแพร่ข้อมูลทฤษฎีสมคบคิดที่ประสงค์ร้ายและเป็นภัย

เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่ 13 ที่ผ่านมา เมื่อโฆษกประจำกระทรวงการต่างประเทศของสาธารณรัฐประชาชนจีน กล่าวหาสหรัฐอเมริกาอย่างผิดๆ ในเรื่องเกี่ยวกับโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019

ข้อเท็จจริงที่ว่าการระบาดเริ่มจากเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย และที่ว่ารัฐบาลจีนทราบเรื่องนั้นก่อนใคร เป็นความจริงอย่างไม่มีข้อสงสัย เป็นไปได้ว่าไวรัสโคโรนาแพร่กระจายอยู่ในเมืองอู่ฮั่นตั้งแต่กลางเดือนพฤศจิกายน และรายงานของสื่อที่น่าเชื่อถือระบุว่ารัฐบาลจีนทราบเกี่ยวกับการระบาดในเมืองนั้นเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายนปีที่แล้ว แพทย์ชาวจีนผู้ปฏิบัติหน้าที่ในโรงพยาบาลพยายามรักษาผู้ป่วยกลุ่มแรกๆ อย่างแข็งขัน ขณะเดียวกันพวกเขาได้แจ้งเจ้าหน้าที่มณฑลและรัฐบาลจีนถึงการอุบัติของเชื้อไวรัส “คล้ายซาร์ส” ชนิดใหม่นี้

รัฐบาลจีนมีหน้าที่รับผิดชอบที่สำคัญในการให้ข้อมูลอย่างโปร่งใสและครบถ้วนเกี่ยวกับสิ่งที่ผู้เชี่ยวชาญของจีนทราบ แม้กระนั้น ทางการจีนกลับแจ้งข้อมูลดังกล่าวกับองค์การอนามัยโลก (WHO) ล่าช้า จึงทำให้การรับมือในระดับโลกล่าช้าออกไปด้วย

และที่เลวร้ายไปกว่านั้นคือ ทางการจีนดำเนินการอย่างเข้มงวดในการตรวจสอบและลงโทษประชาชนชาวจีนผู้กล้าหาญที่พยายามจะบอกความจริง นายหลี่ เหวินเหลียง จักษุแพทย์ผู้ซึ่งติดเชื้อและเสียชีวิตจากไวรัสนี้ในเวลาต่อมา ถูกทางการหูเป่ยซักถามและบังคับให้ลงชื่อสารภาพว่าเขาปล่อย “ข่าวลือที่ไม่จริง” ทางการจีนทำทุกวิถีทางเพื่อปกปิดข้อมูลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในขณะที่แพทย์ชาวจีนพยายามช่วยชีวิตผู้คนที่กำลังเจ็บป่วยนับสิบ นับร้อย ไปจนถึงนับพันรายอย่างกล้าหาญในเวลานั้น

เมื่อเวลาอันมีค่าผ่านไปหลายสัปดาห์และความรุนแรงของการระบาดปรากฏเด่นชัด เจ้าหน้าที่รัฐบาลจีนจึงเตรียมการอย่างครอบคลุมเพื่อปกป้องประชากรของตนเอง โดยเลือกที่จะให้ข้อมูลเช่น genetic sequence data เพียงบางส่วนเท่านั้น และยังคงบ่ายเบี่ยงเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจากนานาประเทศที่เสนอให้ความช่วยเหลือ ร้องขอการเข้าถึงและต้องการข้อมูลเพิ่มเติม

หากว่าเจ้าหน้าที่เหล่านี้ทำสิ่งที่ถูกต้องและแจ้งเตือนเกี่ยวกับโรคอุบัติใหม่ดังกล่าว ทั้งประเทศจีน และแน่นอนว่าทุกประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยด้วย อาจจะไม่ต้องเผชิญกับผลกระทบที่เกิดขึ้นกับพลเมืองของเราดังเช่นทุกวันนี้

ประชาชนจีนทราบว่า รัฐบาลจีนเป็นสาเหตุทำให้เกิดการระบาดใหญ่ทั่วโลกในครั้งนี้ เมื่อสถานการณ์ทั้งหมดและข่าวเกี่ยวกับการเสียชีวิตของนายแพทย์หลี่เป็นที่ปรากฏ ประชาชนชาวจีนมีปฏิกิริยาในเรื่องนี้อย่างมาก แม้แต่แพลตฟอร์มสื่อสังคมของจีนที่ถูกรัฐบาลตรวจสอบโดยละเอียดอย่าง Weibo ก็เต็มไปด้วยหัวข้อที่สนทนากันอย่างกว้างขวาง เช่น “รัฐบาลอู่ฮั่นต้องขอโทษนายแพทย์หลี่ เหวินเหลียง” และ “เราต้องการเสรีภาพในการพูด” บทสนทนาเหล่านี้มีผู้เข้ามาดูหลายล้านคนก่อนที่จะถูกทางการจีนลบออกไป

แล้วตอนนี้เราจะทำอย่างไรกัน โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 แพร่ระบาดจากอู่ฮั่นไปทั่วโลกอย่างไร้พรมแดน เราต้องพยายามเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณในการร่วมมือกันและแบ่งปันข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริงเกี่ยวกับโรคนี้อย่างโปร่งใสในเวลาอันรวดเร็ว

ในประเทศไทย รัฐบาลสหรัฐอเมริกากำลังทำหน้าที่ของเราอยู่ ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งชาติ (CDC) สหรัฐฯ ซึ่งมีสำนักงานนอกประเทศที่มีขนาดใหญ่ที่สุดอยู่ที่กรุงเทพฯ ทำงานเคียงบ่าเคียงไหล่กับเจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุขของไทยในการติดตามโรคติดเชื้อนี้ในประเทศไทยและให้การสนับสนุนด้านวิชาการอย่างต่อเนื่อง

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว องค์การเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐอเมริกา (USAID) มอบถุงมือ หน้ากากอนามัยและเสื้อกาวน์ หน้ากากพร้อมตัวกรองอนุภาค ถุงคลุมรองเท้าและแว่นตาป้องกันให้กับแพทย์และพยาบาลชาวไทยในเวลาที่พวกเขาต้องการความช่วยเหลือ เราจะยังคงทำงานร่วมกับทางการไทยเพื่อกำจัดโรคนี้และปกป้องตนเองและคนที่เรารักไปด้วยกัน

ทว่า เมื่อเหตุการณ์วิกฤตบรรเทาลง เราควรพิจารณาถึงผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นอย่างละเอียด และประเมินความเสียหายที่เกิดขึ้นจากความล้มเหลวในการร่วมมือกันระหว่างประเทศ ผลจากการปกปิดข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริงที่สำคัญ ผลกระทบของการบ่ายเบี่ยงที่จะแบ่งปันข้อมูลในช่วงต้นของการระบาด และผลร้ายของการให้ข้อมูลที่บิดเบือนตลอดช่วงเวลาของการระบาดใหญ่ครั้งนี้

แท้จริงแล้ว วีรบุรุษและวีรสตรีของเรื่องนี้คือแพทย์และพยาบาล ซึ่งหลายคนอยู่ในประเทศจีน พวกเขาเสี่ยงชีวิตของตนเองเพื่อหยุดยั้งโรคที่เลวร้ายนี้ และเตือนให้ผู้คนทั่วโลกได้รู้ถึงอันตรายของมัน ข้อมูลที่ถูกต้องจำเป็นต้องได้รับการเผยแพร่อย่างไร้ข้อจำกัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงวิกฤต หน้าที่อย่างหนึ่งของรัฐบาลคือดูแลชีวิตให้ปลอดภัย ไม่ใช่รักษาหน้าของตนเอง”

Load More Related Articles
Load More By ริวซากิ
Load More In ข่าว
Comments are closed.

Check Also

ปธน.ทรัมป์กลับมาลุยงานเต็มตัว ขอบคุณพระเจ้าที่ทำให้ติดโควิด

จากที่ก่อนหน้านี้ โดนัลด์ จอห์น ทรัมป์ ประธานาธิบดีแห่ง … …