Home ข่าว หมอหลี่ แพทย์จีนผู้ค้นเจอไวรัสโคโรน่า เตือนให้ระวังอันตราย สิ้นลมสงบแล้ว

หมอหลี่ แพทย์จีนผู้ค้นเจอไวรัสโคโรน่า เตือนให้ระวังอันตราย สิ้นลมสงบแล้ว

1 min read
ปิดความเห็น บน หมอหลี่ แพทย์จีนผู้ค้นเจอไวรัสโคโรน่า เตือนให้ระวังอันตราย สิ้นลมสงบแล้ว
1
2,654

จากกรณีที่โรคปอดอักเสบอู่ฮั่น ที่เกิดจากไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 กำลังระบาดในจีน โดยเริ่มมีการรายงานว่าพบผู้ป่วยโรคนี้ครั้งแรกเมื่อเดือน ธ.ค. ปีที่แล้ว ที่เมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย์ ตอนกลางของประเทศจีน จนตอนนี้โรคไม่ได้จำกัดอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว แต่ยังกระจายไปทุกมณฑลและเขตการปกครองอื่นๆ ของจีนด้วย ทั้งยังทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วมากกว่า 500 คน

โดย ข้อมูล ณ วันที่ 6 ก.พ. เวลา 21.40 น. ได้อัพเดตว่ามีจำนวนผู้ป่วยสะสมทั่วโลกแล้ว 28,364 คน เป็นจีนแผ่นดินใหญ่ 28,090 คน นอกจีน 274 คน เสียชีวิต 566 ราย เป็นจีนแผ่นดินใหญ่ 564 ราย และนอกจีน 2 ราย

คลิกอ่านข่าว – สถานทูตจีน ออกแถลงการณ์ แสดงความรู้สึกอบอุ่นใจ คนไทยส่งกำลังใจสู้ไวรัส สมคำกล่าวจีนไทยใช่อื่นไกล พี่น้องกัน



คลิกอ่านข่าว – สธ.แจ้งล่าสุด คนไทยติดเชื้อไวรัส เพิ่มอีก 4 ผัวเมียบินกลับจากญี่ปุ่น อีก 2 ขับรถรับส่งนทท.จีน มีอาการขั้นวิกฤต

แต่ล่าสุดสำนักข่าว เซาท์ไชน่ามอร์นิงโพสต์ รายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 7 ก.พ. ว่าโรงพยาบาลกลางอู่ฮั่น ในเมืองอู่ฮั่น เมืองของมณฑลหูเป่ย์ ทางตอนกลางของจีน ออกแถลงการณ์ว่า นพ.หลี่ เหวินเหลียง จักษุแพทย์อายุ 34 ปี เสียชีวิตอย่างสงบในช่วงเช้ามืดวันศุกร์ที่ 7 ก.พ. 2563 เวลา 02.58 น. ตามเวลาท้องถิ่น ( 01.58 น. ตามเวลาในประเทศไทย ) หลังล้มป่วยด้วยโรคปอดอักเสบ ซึ่งเป็นผลจากการติดเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่
 
ทั้งนี้ นพ.หลี่เข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลแห่งนี้เมื่อวันที่ 30 ม.ค. ที่ผ่านมา ขณะที่ข้อมูลบนบัญชีเว่ยป๋อของนพ.หลี่ ระบุว่า ตัวเองเริ่มมีอาการป่วย “คล้ายโรคหวัด” เมื่อวันที่ 10 ม.ค. โดยมีอาการไอ แล้วตามด้วยไข้สูง หลังจากนั้นไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลแห่งนึ่ง แต่ไม่มีการให้รายละเอียดเพิ่มเติม จนกระทั่งอาการทรุดและได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ ซึ่งคาดว่ามาจากหนึ่งในคนไข้ของตัวเอง

ทั้งนี้ สื่อท้องถิ่นของจีนหลายแห่งรายงานว่า นพ.หลี่คือหนึ่งในบุคลากรการแพทย์ 8 คน ซึ่งถูกตำรวจในเมืองอู่ฮั่นจับกุมเมื่อวันที่ 30 ธ.ค. ปีที่แล้ว ในข้อหา “เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารอันเป็นเท็จ” โดยนพ.หลี่ส่งข้อความเตือนภายในกลุ่มสนทนาที่สมาชิกส่วนใหญ่เป็นแพทย์ ให้เตรียมความพร้อม “อย่างรัดกุม” ในการรับมือกับโรคระบาด หลังผู้ป่วยอย่างน้อย 7 คนมีอาการของ “ปอดบวมที่มีคล้ายกับโรคซาร์ส” หลังจากนั้นเพียง 4 วัน สำนักงานความมั่นคงสาธารณะแห่งเมืองอู่ฮั่นเชิญนพ.หลี่เข้าพบและให้เจ้าตัวลงนามใน “เอกสารประกอบคำรับสารภาพ”  แต่ต่อมาไม่นาน เจ้าหน้าที่ออกแถลงการณ์ขอโทษนพ.หลี่

ขณะเดียวกันด้านองค์การอนามัยโลก ( WHO) ออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจอย่างสูงสุด ต่อการจากไปของนพ.หลี่ และยกย่องการทำงานของนพ.หลี่ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ในการสังเกตการณ์เชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่

ก่อนหน้านั้นข่าวสับสนมาก เนื่องจากมีสื่อได้แจ้งข่าวว่า นพ.หลี่ เหวินเหลียง หมอในเมืองอู่ฮั่น ที่เป็นหนึ่งในกลุ่มแพทย์ที่พบการแพร่ไวรัสโคโรนาชนิดใหม่และพยายามแจ้งเตือนตั้งแต่เริ่มแรก และตอนนี้ติดเชื้อไวรัสโคโรน่าชนิดใหม่ ว่า เสียชีวิตแล้ว ซึ่งเท่าที่เช็คใน Weiboทางการของ 武汉中心医院 Wuhan Central Hospital ปรากฎว่าทางโรงพยาบาลโพสต์ว่า หมอหลี่ยังไม่เสียชีวิต ทางทีมแพทย์ที่โรงพยาบาลกำลังช่วยรักษาและยื้อชีวิตของคุณหมอหลี่อยู่ ขณะที่ Weiboสื่อจีนรายใหญ่อย่าง 人民日报 (People’s Daily) ก็แชร์โพสต์ของโรงพยาบาล พร้อมเขียนข้อความว่า “ขอให้มีปาฎิหาริย์” กระทั่งเกิดเรื่องเศร้าดังกล่าว

ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 30 ธ.ค. 2562 นพ.หลี่ ได้ออกมาเตือนเพื่อนร่วมโรงเรียนแพทย์ ผ่านทางแอพพลิเคชั่น WeChat ให้สวมชุดป้องกันเพื่อหลีกเลี่ยงการติดเชื้อจากโรคระบาดตัวใหม่ที่ทำให้เกิดอาการป่วยคล้ายโรคซาส์ หลังจากพบผู้ป่วยหลายรายจากตลาดอาหารทะเล แต่จากโพสต์ข้อความดังกล่าว นพ.หลี่ กลับถูกตำรวจเมืองอู่ฮั่น เรียกไปตักเตือนว่าเป็นผู้กระจายข่าวลือ และเผยแพร่ข้อมูลปลอมเรื่องไวรัสระบาด

ทั้งนี้ นพ.หลี่ เริ่มล้มป่วยเมื่อวันที่ 12 ม.ค. ที่ผ่านมา และได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อไวรัสโคโรนา เมื่อวันที่ 30 ม.ค.2563 ก่อนจะเสียชีวิตขณะในวัยเพียง 34 ปี

อ่านต่อที่ – https://m.weibo.cn/u/2630028693

ขอบคุณภาพ Global Times และ South China Morning Post

Load More Related Articles
Load More By ริวซากิ
Load More In ข่าว
Comments are closed.

Check Also

ญาติแจ้งสาเหตุการเสียชีวิต ไก่ ดวงชีวัน เจ้าของฉายา บั้นท้ายดินระเบิด ไม่ได้เป็นดั่งข่าวที่แชร์กัน

ถ้าย้อนไปเมื่อประมาณ 40 ปีที่ผ่านมา ช่วงเวลาที่หนังไทยก … …