Home ข่าว บิ๊กโจ๊ก ออกโรงเขย่าสตช. ย้ำปมค้านไบโอเมทริกซ์ เหตุลอบยิง กดดันหนัก บิ๊กแป๊ะ

บิ๊กโจ๊ก ออกโรงเขย่าสตช. ย้ำปมค้านไบโอเมทริกซ์ เหตุลอบยิง กดดันหนัก บิ๊กแป๊ะ

30 second read
ปิดความเห็น บน บิ๊กโจ๊ก ออกโรงเขย่าสตช. ย้ำปมค้านไบโอเมทริกซ์ เหตุลอบยิง กดดันหนัก บิ๊กแป๊ะ
1
3,741

สืบเนื่องจากกรณีที่เกิดเหตุคนร้ายบุกยิงรถ บิ๊กโจ๊ก พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ที่ย่าน ถ.สุรวงศ์ เขตบางรัก ล่าสุดตำรวจกำลังเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ ซึ่งตำรวจ สน.บางรัก รับแจ้งเกิดเหตุคนร้ายลอบยิงรถยนต์ส่วนตัวยี่ห้อเล็กซัส สีขาว หมายเลขทะเบียน 9 กจ 351 กทม. ของ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ที่ปรึกษาพิเศษนายกรัฐมนตรี อดีต ผบช.สตม. เหตุเกิดบริเวณหน้าร้านแห่งหนึ่ง บนถนนสุรวงศ์ ซึ่งนับเป็นโชคดีของ บิ๊กโจ๊ก ที่ไม่ได้อยู่ในรถคันดังกล่าว

ต่อมา พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบเส้นทางเบื้องต้น คนร้ายได้เข้ามาสู่ถนนสุรวงศ์ แล้วเข้าซ.สาริกา เมื่อพบรถคันดังกล่าวได้ใช้อาวุธปืนกระหน่ำยิงช่วงประตูด้านซ้าย บริเวณที่พักเท้า จำนวน 8 นัด ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการสืบสวนว่าเป็นกระสุนขนาดใด เมื่อคนร้ายก่อเหตุแล้วได้ขับรถย้อนดลับมาทางเดิมเนื่องจากซอยดังกล่าวเป็นซอยตัน

จากนั้นทนายตั้ม หรือ นายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ ได้โพสต์แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า “ยิงสนั่นกลางกรุง ไม่รู้ว่าหมายเอาชีวิต หรือต้องการแค่ข่มขู่!! แต่ที่แน่ๆ ทราบมาว่าคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติกำลังจะเรียก พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ให้ข้อมูลในเรื่องการทุจริตโครงการไบโอแมทริก



กระทั่ง บิ๊กโจ๊ก ได้เปิดใจเล่าเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวว่า เรื่องที่เกิดไม่ได้เป็นการจัดฉาก เพราะไม่มีเหตุจำเป็นที่จะต้องทำแบบนั้น ซึ่งจริงๆ ทราบอยู่แล้ว และมีคนเตือนอยู่หลายคนเหมือนกัน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนที่รักเราเขามาเตือน มีผู้ใหญ่บ้าง คืออย่างนี้ เราน่ะ เป็นตำรวจ เป็นอดีตตำรวจเก่า ฉะนั้นในแนวทางการสืบสวน เราก็พอรู้อยู่แล้วว่าเรามีปัญหาความขัดแย้งกับใคร อันนี้ต้องพูดตรงๆ เรามีคู่กรณีคือใคร

ล่าสุด พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ได้ให้สัมภาษณ์พิเศษในรายการ “เจาะลึกทั่วไทยอินไซด์ไทยแลนด์” โดยแสดงความมั่นใจว่า สาเหตุของการทำให้ถูกลอบยิงที่เกิดขึ้น น่าจะมาจากเหตุผลที่ตนในฐานะผู้บัญชาการ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เคยเสนอให้ยกเลิกโครงการไบโอเมทริกซ์ เพราะประเด็นความขัดแย้งอื่น ๆ ก็ไม่ได้มีการดำเนินการไปตามกฎหมาย บางเรื่องก็ยุติไปโดยคำสั่งศาล แต่กรณีของโครงการไบโอเมทริกซ์ ถึงแม้ตนไม่เห็นด้วยและเสนอให้ยกเลิก แต่ก็ยังมีความพยายามจะดำเนินการต่อไป ทำให้นายตำรวจชั้่นผู้ใหญ่ระดับรองผู้บัญชาการอึดอัดมาก อยากให้สื่อมวลชนไปตามต่อในประเด็นนี้

“เรื่องนี้ถ้าหากวันนี้ผมเป็นผบ.ตร.แล้วจับคนร้ายไม่ได้ ผมต้องรับผิดชอบ ผมไม่ได้ท้าท้ายพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. แต่สมัยผมเป็นตำรวจคนร้ายหนีไปต่างประเทศยังตามไปจับได้ แต่คดีนี้ไม่ได้มีความซับซ้อนอะไรเลย ทำไม 3 วันแล้วยังจับไม่ได้ วันนี้ขอเรียนยืนยันว่าความยุติธรรมต้องมี”

นายษิทราเปิดเผยว่า ได้มายื่นเรื่องให้มีการตรวจสอบ 2 โครงการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 1. โครงการไบโอแมทริกซ์ ที่มีงบประมาณหลายพันล้านบาท เท่าที่ทราบเหมือนกับใช้งานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ หรือว่าใช้งานยังไม่ได้จริง มีการต่อสัญญาไปหลายครั้งทั้งๆที่ถ้าเกิดเอกชนไม่สามารถทำได้ตามกำหนดจะมีค่าปรับต่อวันค่อนข้างสูง แต่กลับมีการต่อสัญญาออกไป จึงมาขอให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบว่ามีการเอื้อประโยชน์ให้กับเอกชนรายนี้หรือไม่ รวมถึง ให้ตรวจสอบระบบของโครงการดังกล่าวว่าใช้ได้จริงหรือไม่ ซึ่งไบโอแมทริกซ์ไม่ได้มีแค่พิสูจน์อัตลักษณ์ของใบหน้าอย่างเดียว 2. โครงการรถสายตรวจไฟฟ้าอัจฉริยะ ที่มีทั้งหมด 260 คัน ปัจจุบันยังใช้อยู่ ราคาคันละประมาณ 4 ล้านบาท เป็นรถที่ใช้ไฟฟ้าใช้เวลาชาร์จนาน 6 ชม. ใช้วิ่งได้ประมาณ 200 กม. ซึ่งสถานีที่มีแท่นชาร์จก็ไม่น่าจะมีพอ อีกทั้งต้องมีงบประมาณในการสร้างสถานีไว้ชาร์จอีก จึงขอให้ ป.ป.ช.ทำการตรวจสอบด้วยว่าโครงการนี้คุ้มค่ากับเงินภาษีของประชาชนหรือไม่ หากโครงการใช้ไม่ได้จริงหรือไม่คุ้มค่ากับเงินของรัฐก็ต้องมีคนรับผิดชอบ

นายษิทราเปิดเผยต่อไปว่า สำหรับเจ้าของโครงการเป็นสำนักงานตำรวจแห่งชาติคงเป็นระดับสูง เพราะระดับ ผบช.ไม่สามารถจะผ่านงบประมาณเรื่องพวกนี้ได้ สำหรับวันนี้ตนมีหลักฐานมามอบให้เลขาธิการ ป.ป.ช. ที่สำคัญ ขอให้ ป.ป.ช.ไปตรวจสอบพื้นที่ใช้งานจริงทั้ง 2 โครงการ ซึ่งมีมูลค่าความเสียหายมาก ในส่วนของโครงการไบโอแมทริกซ์มูลค่าหลายพันล้านบาท ส่วนโครงการรถสายตรวจไฟฟ้าอัจฉริยะ 900 ล้านบาท ซึ่งระบบรถให้มีการเชื่อมต่อสัญญาณไวไฟ (wifi) แต่ต้องนึกสภาพ ตม.ที่อยู่ตามตะเข็บชายแดนจะใช้สัญญาณไวไฟจากไหน ตอนนี้ยังไม่ทราบว่าใครเป็นคนเสนอเรื่อง จึงต้องรอให้ทาง ป.ป.ช.ตรวจสอบ

รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับการจัดซื้อคุรุภัณฑ์โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจพิสูจน์บุคคลโดยเทคโนโลยีไบโอแมทริกซ์ ลายพิมพ์นิ้วมือ และภาพถ่ายใบหน้า มีการดำเนินการมาก่อนหน้านี้ในสมัย พล.ต.ท.ณัฐธร เพราะสุนทร ผบช.สตม.ในขณะนั้น โดยมีงบลงทุนรวมกว่า 2,116 ล้านบาท และในสมัย พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น เป็น ผบช.สตม. ต่อเนื่องมาสมัย พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล และ พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม.ก็ดำเนินการไม่แล้วเสร็จ และทางบริษัทเอกชนมีการขยายเวลาออกไป 110 วัน แต่ทางคณะกรรมการตรวจรับให้ระยะเวลาถึงวันที่ 30 มิถุนายนที่จะถึงนี้ จนปัจจุบันได้มีการตรวจรับงานงวดที่ 4 จะทดลองนำร่องนำเครื่องไบโอแมทริกซ์ไปติดตั้งยังสนามบินต่างๆ

โดยก่อนหน้านี้สมัย พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ดำรงตำแหน่ง ผบช.สตม.ในขณะนั้นได้เข้าไปตรวจสอบเพื่อหาแนวทางแก้ไข หลังพบปัญหาความไม่เสถียรของเทคโนโลยีดังกล่าว อีกทั้งพบว่าการตรวจรับงานมีความล่าช้าไม่ตรงตามสัญญาที่ระบุ และได้มีการนำเรื่องเสนอกับทาง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เพื่อให้พิจารณาใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาหรือข้อตกลงโครงการโดยให้เหตุผลถึงความล่าช้าของการส่งมอบงานและการเชื่อมต่อระบบที่ไม่เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ต่อมา ผบ.ตร.ได้มีความเห็นตามที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองรายงาน

ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่า ก่อนหน้านี้ทางผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้ลงนามยกเลิกสัญญากับบริษัทเอกชนดังกล่าวตามที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเสนอ แต่จนถึงขณะนี้เหตุใดถึงมีการผลักโครงการนี้ให้มีการเดินหน้าต่อ และล่าสุดมีการนำเครื่องดังกล่าวเข้าไปติดตั้งในท่าอากาศยานทั่วประเทศ

Load More Related Articles
Load More By ริวซากิ
Load More In ข่าว
Comments are closed.

Check Also

บิ๊กแป๊ะคุมกวาดล้างแก๊งปล่อยกู้เถื่อน ทวงหนี้โหด 9 จว.ยึดทรัพย์กว่า 200 ล้าน

กลายเป็นเรื่องราวที่ประชาชนให้ความสนใจอย่างมาก เมื่อกอง … …