Home ข่าว พัดชา ควงแฟนหนุ่ม เล่านาทีชีวิตดิ่งหวิดเป็นโรคซึมเศร้า

พัดชา ควงแฟนหนุ่ม เล่านาทีชีวิตดิ่งหวิดเป็นโรคซึมเศร้า

32 second read
ปิดความเห็น บน พัดชา ควงแฟนหนุ่ม เล่านาทีชีวิตดิ่งหวิดเป็นโรคซึมเศร้า
0
453

จับมือกันนานมาย่างเข้าปีที่ 6 แล้ว สำหรับคู่ของนักร้องขวัญใจแฟนๆ ปิงปอง ศิรศักดิ์ อิทธิพลพาณิชย์ และแฟนสาว พัดชา เอนกอายุวัฒน์ ที่เราจะได้เห็นโมเมนต์ความน่ารักๆ ของทั้งสองคนที่คอยอยู่เคียงข้างให้กำลังใจกันเสมอ

พัดชา ควงแฟนหนุ่ม เล่านาทีชีวิตดิ่งหวิดเป็นโรคซึมเศร้า

ล่าสุด ทั้งคู่ได้จูงมือกันมาในรายการ Club Friday Show ซึ่ง พัดชา ได้เล่าในวันที่ชีวิตดิ่งสุดๆจนเกือบเป็นโรคซึมเศร้า แต่เพราะมี ปิงปอง อยู่เคียงข้างถึงผ่านมาได้ พร้อมอวดความหวานถึงความรัก พร้อมแย้มรอเพียงความพร้อมเราแต่งกันแน่นอน

ถาม สิ่งที่เป็นปัญหาคือ ชื่อเสียงที่หายไป หรือ เรารู้สึกว่าไม่มีเพลงดัง หรือเรารู้สึกว่าเงินไม่พอ
พัดชา : โอ้วโห่ !! ทุกอย่างรวมกันเลยค่ะ เพราะเราคิดว่าเราเข้าใจโลกความเป็นจริงว่า พักขอยกแบบนี้ก่อน เงินสำคัญ คือ ทำอาชีพไหนก็หาเลี้ยงชีพได้ถูกไหมคะ แต่พอเราเพิ่มข้อแม้มาว่าเราอยากจะร้องเพลงเพื่อหาเงิน ข้อแม้ที่สองจะมาว่าเราจะต้องมีชื่อเสียงเพื่อให้มีงาน มีเงิน ทุกอย่างมันสำคัญ สัมพันธ์ กันหมดเราไม่รู้ว่าต้องแก้ปมตรงไหนก่อนดี



ถาม คิดว่าจะเลิกร้องเพลงเลยไหม
พัดชา : เกือบ .. อยู่เหมือนกันค่ะ เพราะว่าพัดเรียนจบดนตรีด้วย ความมั่นใจมันจะน้อยมากที่แบบ อ้าว … กันทำงานตรงสาย แล้วเราจะไปเริ่มงานสายอื่นตอนอายุ 30 ปีกว่าๆแล้ว เราจะเอาอะไรไปรับรองเขาว่าฉันทำสิ่งนี้ให้ได้ มันก็จะยากนิดนึง มันก็จะเครียด บางทีก็รู้สึกว่าเลิกร้องเพลงเอาเวลาไปเรียนก่อน เพื่อเพิ่มความรู้ให้ตัวเอง แล้วเอาเวลาแล้วค่อยไปสมัครงาน

ถาม ซึ่งในวงการเพลงมันยากตรงที่ หลายๆครั้งไม่ได้ขึ้นอยู่กับเราด้วย มันขึ้นอยู่กับ จังหวะอะไรบางอย่าง แล้วก็หาเหตุผลไม่ได้ด้วยว่าเพลงนี้ทำไมดัง บางทีเนื้อเพลงประหลาดๆก็ดัง เพราะฉะนั้น บางทีอย่าง ปิงปอง พัดชา คนในวงการเพลง เราแบบทำถูกต้อง 1 2 3 4 ถูกต้องตามลำดับขั้นตอนทุกอย่างแต่ทำไมมันยังไม่ดัง ไม่มีเหตุผลเลย มันเลยแก้ยาก
พัดชา : ใช่ค่ะ เมื่อก่อนตอบคำถามบ่อยว่า อยากเป็นนักร้องต้องทำยังไงบ้าง พักบอกเสมอว่า การอยู่วงการนี้มีสามอย่าง อย่างที่หนึ่ง skill คือ คุณภาพ อย่างที่สองคือ คอนเนชั่น ถูกที่ถูกเวลา อย่างที่สามคือ ดวงเลยค่ะ

ถาม ซึ่งก่อนจะเกิดภาวะแบบนี้ เป็นแฟนกันมานานยังเอ่ย
พัดชา : นานแล้วค่ะ พัดเพื่งติ่งไปเมื่อปลายปีที่ผ่านมา

ถาม ได้ปรึกษาหมอไหม
พัดชา : สรุปว่ายังไม่ต้องถึงขั้นตอนที่ต้องหาหมอค่ะ เพราะเราสามารถกู้ตัวเองขึ้นมาได้ก่อน โชคดีมากเลยนะคะ ที่เรามีแฟนเป็นพี่ปิงปอง ใครจะมานั่งดูเรากินข้าวแล้วนั่งร้องไห้ไปด้วยได้เป็นอาทิตย์ๆ เพราะเราส่วนใหญ่เรานั่งทานข้าวมื้อเย็นด้วยกันประจำ แล้วพี่ปิงไว้ใจเรา เข้าใจเรา ที่จะใจเย็นกับเรา เพราะบางทีคนอาจจะไม่เข้าใจก็ได้อะไรมากมาย ทำอะไรสักอย่างไหม ไม่ใจร้อนเลย แล้วก็เชื่อใจเรา มีบางวันที่เราไม่ไหวแล้ว เราปิดทุกอย่าง ปิดโซเชียล ไม่ไลน์คุยกับพี่ปองเลย เขาก็มั่นใจมากพอว่าพัดจะไม่ทำอะไรที่เป็นผลเสียให้กับตัวเอง แค่เรานอนคุยกับเพดานเฉยๆ เราสามารถนอนคุยกับเพดานได้เป็นวันๆเลยค่ะ ตอนนั้นเราคิดอยู่ในหัวตลอดเลยว่าเราอยากไปเรียนทำอาหาร ทำโน้นนี่ แต่ตอนนั้นมันเลือกไม่ได้ เพราะว่าภาวะตอนนั้น ทุกอย่างในหัวเรามันไม่มีอะไรเคลียร์เลย มันจะแบบ .. ถ้าเปรียบเป็นภาพคือทุกอย่างมันมัวๆ มันจะมีทุกอย่างเรียงกัน แต่เราไม่รู้ว่าเราจะเลือกอะไร เพราะทุกอย่างมันซ้อนกันไปกันมา แล้วคือ เรายังไม่เข้าใจตัวเองเลยว่าตกลง เราต้องการอะไรกันแน่ รู้แค่ว่าตอนนี้เครียดมากเลย แล้วเศร้าจัง ตอนนั้นเราก็นอนอยู่กับตัวเอง แล้วก็ .. คิดว่าฉันควรทำอะไรบ้าง

พัดชา : แล้วสิ่งที่กู้ขึ้นมาได้ ก็เพราะการหาความรู้ว่าสภาวะซึมเศร้า คืออะไร เราตอนนั้นเรากลัวว่าเราจะเป็นมาก สรุปว่าถ้าเราเป็นเราจะเป็นยังไง ต้องหาหมอไหม เราแบบว่ากลัวมากในตอนนั้น เราก็เลยหาข้อมูล ที่เราเจอคือ การนอนมากไป หรือ ไม่นอนเลย กินมากไป หรือ ไม่กินเลย ซึ่งเราไม่กินเลย แล้วก็ไม่สามารถ คิดเป็นระบบได้เลย ไม่มีสมาธิ แต่สิ่งที่เรากู้ตัวเองขึ้นมาได้คือ เราทำทางกายภาพก่อนเลย ข้างในมันเละมาก จิตใจเราแย่มาก เราเลยทำข้างนอกมาก่อน ถึงเวลากินเรากิน ถึงเวลาตื่นเราตื่น เวลานอนมองเพดานก็ไม่ต้องหลับ แต่พอถึงเวลานอนต้องปิดไฟ พยายามนอนให้ได้ บางวันเรานอนได้ 2 ชั่วโมง เราก็บอกพี่ปอง ลุงวันนี้หนูนอนได้สองชั่วโมงหนู ดีใจมาก แล้วคือ ในชีวิตที่ผ่านมาเราเป็นคนนอนเก่งมากนอนแบบ 11 ชั่วโมงนอนตื่นสายมาก เพิ่งมาช่วงที่ผ่านมาอ่ะค่ะ ที่เรานอนไม่ได้เลย แล้วหลังจากนั้นเราก็พยายามค่อยๆดึงกิจวัตรจากภายนอกเข้ามา พยายามหาอะไรทำ ไม่เหลือสิ่งอื่นให้คิดเลย เช่น ถักตุ๊กตา เราก็ไม่คิดล่ะฉันเศร้า ฉันเครียด พอกิจวัตรมันดีขึ้นมันก็ทำให้สุขภาพจิตใจเราดีขึ้นด้วย

ถาม การเริ่มต้นจีบ พัดชา ของ ปิงปอง คือ ไม่มีความโรแมนติกเลยจริงไหม
ปิงปอง : อาจจะเป็นเพราะว่าช่วงนั้นเรากังวลกับตัวเองด้วยครับ มากกว่าที่จะคิดเรื่องโมเมนต์โรแมนติกอะไรอย่างนี้ เพราะตอนนั้นเราเพิ่งสึกมา แล้ว.. เราก็ชอบน้องเขาจริงๆ แต่น้องเขาต้องมีทางเลือกนะเพราะเราคิดว่าเราไม่ได้สมบูรณ์แบบสำหรับเขา อายุก็เยอะกว่าเขาเยอะ อีกอย่างเราก็กำลังเริ่มต้นใหม่กับหน้าที่การงานเรา เงินที่เคยมีก็ไม่มีแล้ว มันสำคัญมากๆเลยนะคะ ที่เขาจะต้องเริ่มต้นใหม่กับเราหมดเลย มันวัดใจมากเลยนะครับ ถ้าเป็นเด็กวัยรุ่น คือ เป็นเด็กวัยรุ่นสร้างตัวมันจะอีกแบบเลยนะครับ แต่นี่มาสร้างตัวกันตอน 30 ปลายๆมันแบบ สำหรับผู้หญิงบางคนเขาอาจจะคิดว่ามันใช่เหรอ เขาต้องมั่นใจในตัวเราพอสมควรเลยเหมือนกันนะ พอคิดเรื่องนี้เราเลยอาจจะไม่มีเวลามานั่งทำอะไรให้โรแมนติก เหมือนว่าถ้าเราทำอะไรที่โรแมนติก ตั้งแต่ตอนแรกเขาจะคิดว่าเราหวังผล
พัดชา : คิดว่าหนูจะปฏิเสธเหรอ
ปิงปอง : จริงๆๆมันรู้สึกแบบ เป้าหมายเราคือต้องจีบเขาให้ติด เราเลยคิดตอนนั้น ว่าเราบอกเขาก็พอ

พัดชา : ตอนที่เขาโทรมาจีบ คือเขาก็ตอบเลยนะคะ ว่าตัวเขาตอนนี้ ไม่มีอะไรแล้ว แล้วคือ เขาชอบเรา เขามั่นใจแน่ๆๆแล้ว ตอนนั้น พัด ไม่ได้ปฏิเสธนะคะ แต่กลับดีใจเพราะไม่มีคนมาชอบเราแบบนี้นานมากๆแล้ว ตอนนั้นโสดมา 5 ปี ไม่มีแฟนเลย มีไปชอบเขาแล้วเราก็โดนปฏิเสธ มีมาชอบเราแล้วเรารู้ตัวว่าไม่ชอบคนนี้แน่ๆเราก็หนีเขาเลย แล้วก็มาถึงที่พี่ปิงปองมาสารภาพกับเราเรารู้สึกว่า เราดีใจมากนะคะ
พัดชา : ตอนนั้นมีความรู้สึกว่า ดีใจน่าสนใจ มีความรู้สึกว่าเราน่าจะทำความรู้จักกันมากขึ้น ตอนนั้นเรา 30 แล้วเราก็ไม่ได้มีความรู้สึกว่า ต้องกระโดดเข้าหา โผเข้ากอดเพลงขึ้น ไม่มีล่ะ มันต้องอยู่ในความเป็นจริงล่ะ โอเค ถ้าเราจะคบกันเราต้องมารู้จักกันจริงๆแล้วนะ ต้องมาคุยกัน

ปิงปอง : เดทแรกของเราคือ ผมนั่งฟังดราม่าในชีวิตของเขาไปเรื่อยๆครับ เราก็บอกย้ำกับเขาว่าเราเพิ่งสึกมานะ เราไม่ได้มีเงินแบบเมื่อก่อนนะ เรามีปัญหาชีวิตแบบนี้ๆผ่านมานะ เขาก็เปิดของเขามาแบบว่า เขาเคยเจออะไรแบบนี้มานะ เขาเคยมีแฟนแบบนี้มานะ เขาเคยอกหักแบบนี้มานะ เขาเคยหักอกคนอื่นแบบนี้นะ เขาไม่ชอบนั้นนี่ มาใหญ่เลย
พัดชา : เราคุยกันทุกอย่าง ทุกเรื่องกันต่อหน้าเลย เปิดใจทุกอย่างคุยกันเลย

ถาม กลัวไหมพอเปิดใจไปแล้วจะเจอกับคนเจ้าชู้ เพราะเคยเสียใจมากกับรักครั้งหนึ่งที่เราไปเจอกับคนเจ้าชู้
พัดชา : พัดไม่เคยคิดเลยว่าผู้ชายคนไหนไม่เจ้าชู้ ขนาดนั้นเลย เพราะมีความรู้สึกว่าธรรมชาติของผู้ชายต้องมีความเจ้าชู้อยู่ในตัว แต่พอมาเจอพี่ปิงคือ เซอร์ไพรส์มาก เขาไม่สนใจอะไรดีเนอะ ชอบแซวเขาว่าหนูต้องสักชื่อเอาไว้แล้วนะเนี้ย ว่าของหวงนะจอง เพราะว่าไม่ใช่เขาจะไปเจ้าชู้ที่ไหนนะคะ แต่รุ่นนี้ ไม่ผลิตแล้ว รุ่นที่ไม่เจ้าชู้เลย 100%
ปิงปอง : ไม่ขนาดนั้นครับ จริงๆแล้วคือ ผู้ก็เหมือนผู้ชายปกติทั่วไปนะ พอเจอคนหน้าดีเดินผ่านเราก็มอง อยู่ดีๆกรุ๊ปโรงเรียนเก่าแชร์คลิปหวิวๆมาเราก็ดูเราก็เป็นคนปกตินี่แร่ะครับ

ถาม จริงๆเราเป็นคนเจ้าชู้ไหม
ปิงปอง : จริงๆคือเคยมีบ้าง แต่แว๊ปเดียวครับ แบบอยากลอง ตอนช่วงสมัย เปิดร้านเหล้าใหม่ๆ มันก็เป็นปกติครับ เป็นเจ้าของผับ ออกอัลบั้มแรก ร้องเพลงเพราะเล่นกีตาร์ได้ คือ มันก็มีออฟชั่นให้ดูโอเค เราก็เคยลอง แต่ไม่ใช่แบบมีแฟนแล้วไปมีคนอื่นนะครับ เราลองใช้โอกาสไปเรื่อย มันปรากฏอยู่สองอย่างไม่สนุกเลยครับ เราค้นพบว่า อย่างแรกหน้าตาดีแต่ถ้าคุยกับเราไม่รู้เรื่อง เราก็ไม่แฮปปี้กับความหน้าตาดีนั้นมันจะดับไปเร็วมากเลย แบบเรานั่งทานข้าวกัน 1 ชั่วโมงเราอยากกลับบ้านแล้ว ไม่ใช่ความผิดเขานะเราไม่อินกับสิ่งที่เขาเป็นอยู่ แล้วก็อีกแบบหนึ่งเลยคือ เราทำผับ อ่ะครับ ผมเป็นคนทำอะไรแบบตั้งใจเราก็เข้าร้านทุกวัน ทำงานทุกวัน เราอยู่ในที่แจ้งมากๆแล้วยิ่งมาเป็นนักร้องมันแบบ เราเหนื่อยจากเป็นเด็กฐานะปานกลางเกือบล่างอยู่ดีๆเราดันตัวเองขึ้นมาจนเราทำงานได้ประมาณนี้ เราจะมาพังตัวเองกับการที่เราเป็นคนเจ้าชู้แค่นี้จริงๆเหรอ คือมันไม่คุ้มที่จะเสียครับ

ถาม จริงๆคบกันมา 5 ปีกว่า คิดถึงเรื่องการแต่งงานไหม
ปิงปอง : จริงๆสำหรับผม ผมคิดนะเพราะงานแต่งงานมันสำคัญกับผู้หญิง เป็นความสำคัญสำหรับความรู้สึกเขา แล้วคือมันเป็นเรื่องของทางสังคมด้วย ครอบครัว พ่อแม่ ซึ่งเราต้องแคร์นะพอคบกันมาจุดหนึ่งเราค้นพบว่าแบบ ถ้าเราทั้งสองคนยังไม่แฮปปี้ในการแต่ง ก็ไม่ต้องแต่งก็ได้ ถ้าเราจะแต่งงานเพื่อให้เรามาทะเลาะกันเราจะจัดสรรเงินกันยังไง เรื่องผู้ใหญ่ยังไง เรื่องเสื้อผ้า การจัดงานยังไง คือถ้างานแต่งงานมันต้องทะเลาะกันรอก่อนก็ได้ไม่ได้ซีเรียสขนาดนั้น คือ ถ้าพร้อมคือมันพร้อม

พัดชา : คือพัดเข้าใจในวงจรของชีวิตนะคะ วงจรของเราก็จะหมุนไป หน้าที่การงานของเราก็จะเติบโต เราเจอคนที่ใช่ ถนัดไปคือแต่งงาน มีครอบครัว แต่ว่าสำหรับพัดแล้วพัดรู้สึกว่า พัดไม่ได้อยากมีลูก แต่ถ้าวันหนึ่งมันแบบต้องมีก็ได้ เราพูดตรงนี้เลยว่าพี่ปอง เป็นพ่อที่ดีมาก แต่ว่าส่วนตัวของพัดเองไม่ได้อยากมีลูก เพราะฉะนั้นการรีบแต่งงานก็จะแบบลดความสุขลง ลดความสำคัญลงไปแล้วการแต่งงานของพัดมันเป็นเรื่องของทางสังคมจริงๆถ้าจะแต่งงานอยากจะแต่งเมื่อเราพร้อมจริงๆ พร้อมแบบเรามีที่อยู่ให้กันและกัน เราควรจะพร้อมจริงๆที่จะแบบสร้างครอบครัวขึ้นมาและเราต่างคนต่างดูแลครอบครัวได้ดี พัดรู้สึกว่าถ้าจะแต่ง เราอยากดูแลเขาได้

Load More Related Articles
Load More By Nus
Load More In ข่าว
Comments are closed.

Check Also

สาวถูกญาติทักแชทถามหลังรู้เป็นโรคซึมเศร้า ก่อนชาวเน็ตอ่านแชทจบสับยับ

ถือเป็นแชทที่มีการแชร์ต่อเป็นจำนวนมากหลังผู้ใช้เฟซบุ๊กท … …