Home ข่าว ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ กลืนน้ำลาย ยอมใส่แมสก์ โผล่หน้าสาธารณะครั้งแรก

ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ กลืนน้ำลาย ยอมใส่แมสก์ โผล่หน้าสาธารณะครั้งแรก

34 second read
ปิดความเห็น บน ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ กลืนน้ำลาย ยอมใส่แมสก์ โผล่หน้าสาธารณะครั้งแรก
0
5,840

จากที่ทั่วโลกเจอวิกฤตโควิด -19 เข้าถาโถมกับสถานการณ์โรคปอดอักเสบชนิดรุนแรงที่เกิดจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือ ไวรัสโควิด -19 จนทำให้ใครหลายๆ คนเดือดร้อนไปตามๆ กัน ซึ่งข้อมูลจากทั่วโลก ณ วันที่ 12 กรกฎาคม 2563 เวลา 09.05 น. (ตามเวลาประเทศไทย) เปิดเผยว่า มีผู้ป่วยสะสมทั่วโลกอยู่ที่ 12,841,504 มีผู้เสียชีวิต 567,628 คน ในจำนวนนี้มีผู้รักษาหายแล้ว 7,478,129 ราย

โดย ที่ผ่านมา “โดนัลด์ ทรัมป์” ได้ประกาศสนับสนุนให้พลเมืองทั่วประเทศ ต้องสวมใส่หน้ากากอนามัย แต่ก็ยังยืนยันว่าตนเองจะไม่ปฏิบัติตามเด็ดขาด แต่ล่าสุดมีรายงานระบุว่า ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐอเมริกา ใส่หน้ากากอนามัยให้สาธารณชนเห็นเป็นครั้งแรก นับจากโรคโควิด-19 ระบาดไปทั่วโลก และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขแนะนำมานานแล้วว่าให้ใส่เพื่อป้องกันการติดเชื้อ ซึ่งนี่นับเป็นครั้งแรกที่เจ้าตัวยอมสวมหน้ากากออกสื่อ

เขาได้ใส่หน้ากากระหว่างเดินทางเยือนโรงพยาบาลทหาร วอลเตอร์ รีด ชานกรุงวอชิงตัน เพื่อพบบุคลากรทางการแพทย์ที่ทำงานรักษาผู้ป่วยโควิด โดยก่อนออกจากทำเนียบขาวเพื่อไปโรงพยาบาลดังกล่าว และได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวทำเนียบว่า “เวลาคุณไปโรงพยาบาล ผมคิดว่าควรจะใส่หน้ากากซะนะ”



ตอนที่ทรัมป์ลงจากเฮลิคอปเตอร์เมื่อถึงโรงพยาบาลยังไม่ได้หน้ากาก กระทั่งเมื่อเดินอยู่ในห้องโถงของโรงพยาบาล จึงใส่หน้ากากสีดำ เช่นเดียวกับเจ้าหน้าที่ของคณะที่ติดตามมา แต่ช่วงแถลงข่าว นายทรัมป์ถอดหน้ากากออก

แหล่งข่าวใกล้ชิดเผยว่า ทรัมป์ไม่ต้องการให้ตัวเองดูอ่อนแอ ไม่เช่นนั้นอาจเบี่ยงเบนความสนใจของผู้คนไปยังวิกฤตสาธารณสุขมากกว่าการฟื้นฟูเศรษฐกิจ ส่วนที่ยอมใส่หน้ากากครั้งนี้ ทรัมป์ต้องการสื่อสารว่า หากอยู่ในสถานที่ภายในอาคารที่คนใกล้ชิดกัน ก็ควรใส่หน้ากาก แต่โจมตีนักข่าวที่ใส่หน้ากากอยู่ตลอดว่าหวังผลทางการเมือง นอกจากนี้นายทรัมป์ยังทวีตข้อความเยาะเย้ยนายโจ ไบเดน คู่แข่งชิงตำแหน่งประธานาธิบดีจากพรรคเดโมแครต ที่ใส่หน้ากาก ว่าเหมือนคนป่วย

ทั้งนี้ที่สหรัฐอเมริกามียอดผู้ติดเชื้อวันละ 40,000 ถึง 50,000 คนต่อวัน และยอดผู้ติดเชื้อรวมสามล้านสองแสนกว่าคน

ก่อนหน้านั้น มีข่าวสะพัดว่า น.ส.คิมเบอร์ลี กิลฟอยล์ แฟนวัย 51 ปี ของลูกชายคนโต ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ และเป็นหัวหน้าคณะกรรมการการเงินของ “ทรัมป์ วิกตอรี คอมมิตตี” คณะกรรมการร่วมเพื่อการระดมทุนสำหรับทีมหาเสียงของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ถูกตรวจพบว่าติดเชื้อไวรัสโควิด-19

หลังจากผลตรวจออกมาเป็นบวก คิมเบอร์ลีก็แยกตัวเพื่อจำกัดการสัมผัสกับคนอื่นทันที หัวหน้าเจ้าหน้าที่ของคณะกรรมการการเงินระบุ “เธอสบายดี และจะรับการตรวจอีกครั้ง เพื่อยืนยันผลการวินิจฉัยก่อนหน้านี้ เนื่องจากเธอไม่แสดงอาการป่วยเลย แต่เพื่อป้องกันไว้ก่อน เธอจึงยกเลิกงานอีเวนต์ที่จะเกิดขึ้นทั้งหมด ส่วน”โดนัลด์ ทรัมป์ จูเนียร์” มีผลตรวจเป็นลบ แต่เพื่อความปลอดภัย เขาก็แยกเดี่ยวตัวเองและยกเลิกงานอีเวนต์สาธารณะเช่นกัน

ตาม รายงานอ้างแหล่งข่าวที่มีความใกล้ชิดกับทีมหาเสียงของประธานาธิบดีทรัมป์ ว่า น.ส.กิลฟอยล์ ถูกตรวจพบว่าติดเชื้อที่รัฐเซาท์ ดาโกตา ก่อนที่เธอจะได้ร่วมงานหาเสียงที่ภูเขารัชมอร์ โดยเธอไม่ได้สัมผัสใกล้ชิดกับนายทรัมป์ และนายทรัมป์ จูเนียร์ ในช่วงที่ผ่านมา แต่เธอไปร่วมงานหาเสียงที่เมืองทัลซา รัฐโอกลาโฮมา เพื่อเดือนก่อน และร่วมงานอีเวนต์ที่เมืองฟีนิกซ์ด้วย

อ่านข่าว – แฟนลูกชายคนโต โดนัลด์ ทรัมป์ ติดเชื้อโควิด ไล่ไทม์ไลน์ออกงานสังคมพบปะคนอื้อ

อย่างไรก็ตาม ข้อมูล ณ วันที่ 12 กรกฎาคม 2563 เวลา 09.05 น. (ตามเวลาประเทศไทย) ระบุว่าในสหรัฐอเมริกาพบผู้ติดเชื้อสะสม 3,355,646 ราย เสียชีวิตแล้ว 137,403 ราย และรักษาหายแล้ว 1,490,446 ราย

ขอบคุณ SiamTownUS และ apnews

Load More Related Articles
Load More By ริวซากิ
Load More In ข่าว
Comments are closed.

Check Also

ปธน.ทรัมป์กลับมาลุยงานเต็มตัว ขอบคุณพระเจ้าที่ทำให้ติดโควิด

จากที่ก่อนหน้านี้ โดนัลด์ จอห์น ทรัมป์ ประธานาธิบดีแห่ง … …