Home ข่าว รอง ปธ.สภาองค์การนายจ้าง เปิดตัวเลข นศ.จบใหม่ปี 2563 พร้อมบอกข่าวร้ายที่ไม่อาจต้านทาน!!

รอง ปธ.สภาองค์การนายจ้าง เปิดตัวเลข นศ.จบใหม่ปี 2563 พร้อมบอกข่าวร้ายที่ไม่อาจต้านทาน!!

36 second read
ปิดความเห็น บน รอง ปธ.สภาองค์การนายจ้าง เปิดตัวเลข นศ.จบใหม่ปี 2563 พร้อมบอกข่าวร้ายที่ไม่อาจต้านทาน!!
0
5,825

แม้ ศบค.แถลง ไทยไม่พบติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศติดต่อกัน 45 วัน ไม่มีคนเสียชีวิต มีเพียงผู้ป่วยรายใหม่ที่เดินทางกลับจากต่างประเทศเท่านั้น แต่เรียกว่า เชื้อโควิด-19 ทำให้เศรษฐกิจทั่วโลกถอยหลังแบบเห็นได้ชัด หลายกิจการปิดตัว รวมทั้งธุรกิจที่ยังเปิดเพื่อประคองสถานการณ์ก็ไม่สามารถรับคนเพิ่มได้ จึงส่งผลให้เด็กที่จบใหม่ถึงกับต้องคิดหนักว่าเรียนจบแล้ว จะดำเนินชีวิตต่อไปอย่างไร

ล่าสุด นายธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าและอุตสาหกรรมไทย หรือ อีคอนไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้มีความกังวลถึงตัวเลขนักศึกษา จบใหม่ปีการศึกษา 2563 จำนวน 500,000 คน ที่อาจกลายเป็นผู้ว่างงานถาวร เนื่องจากผลกระทบจากไวรัส โควิด-19 เนื่องจากบริษัทต่าง ๆ ยังไม่มีนโยบายรับคนเพิ่ม แม้ว่ารัฐจะผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์สู่เฟส 5 เพื่อธุรกิจเริ่มกลับมาดำเนินกิจการปกติ แต่ภาพรวมธุรกิจก็ไม่ได้กลับมาดำเนินธุรกิจได้เหมือนเช่นก่อน โควิด 19 ส่งผลให้แรงงานรวมของปีนี้ยังคงมีอัตราว่างงานประมาณ 3.5-3.6 ล้านคน

โดยเฉพาะเด็กจบใหม่นั้น หากปล่อยว่างงาน 1-2 ปี อาจจะมีโอกาสตกงานถาวร พร้อมมองว่าดีสุดที่จบมาในสาขาที่ดี ๆ อาจถูกดึงตัวไปทำงานได้อย่างเก่งก็ราว 20% ที่เหลือราว 400,000 คน จะตกงานเพราะส่วนหนึ่งเป็นการเรียนจบระดับอุดมศึกษาที่ไม่ตรงกับความต้องการของนายจ้าง บวกกับผลกระทบ COVID 19 จึงยิ่งทำให้มีผลกระทบต่อการรับสมัครพนักงานเพิ่ม ซึ่งทางภาครัฐบาล ควรมีมาตรการดูแลเด็กจบใหม่ของปีนี้ ต้องฝึกทักษะแรงงานระหว่างรองานใหม่ อาจมีงบประมาณจ้างเด็กทำงานด้านการสำรวจและวิจัย จ้างฝึกงานโดยรัฐอาจอุดหนุนทั้งหมด หรืออุดหนุนครึ่งหนึ่ง เอกชนครึ่งหนึ่ง



ขณะที่กำลังซื้อส่วนใหญ่ของประเทศนั้น แม้เริ่มกลับมาเพิ่มขึ้นกว่าช่วงล็อกดาวน์ แต่ยังคงไม่เหมือนเดิม เนื่องจากธุรกิจท่องเที่ยวส่วนใหญ่ยังคงต้องพึ่งพิงต่างชาติ รวมถึงอุตสาหกรรมส่วนใหญ่ ยังคงต้องพึ่งการส่งออก ทำให้ธุรกิจบางส่วนเดินเครื่องผลิต เพียง 50-60% จึงต้องลดแรงงานลง

ประกอบกับภาคเกษตรประสบภัยแล้ง สะท้อนไปยังหนี้ภาคครัวเรือนที่สูงขึ้นบ่งชี้ถึงภาวะที่คนไทยจนลง ขณะที่คนพอมีแรงซื้อยังคงมี การประหยัดบริโภคแต่ของจำเป็น เพราะยังไม่แน่ใจในอนาคตปัจจัยเหล่านี้จะเป็นตัวกระตุ้นให้ธุรกิจเริ่มมีการเจรจายืดหนี้จำนวนมากซึ่งจะส่งผลให้หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ในระบบสถาบันการเงินสูงขึ้นในช่วงสิ้นปีนี้

ขอบคุณข้อมูล one31

Load More Related Articles
Load More By ปารีณา โรมานอฟ
Load More In ข่าว
Comments are closed.

Check Also

ตีแผ่เรื่องที่หลายคนไม่รู้ กุ้งอุ้มไข่ เจอแบบนี้อย่าไปกิน

โลกออนไลน์แชร์ทวิตเตอร์จากคุณ @chicho54321 เจ้าของบ่อกุ … …