Home ข่าว สุดเวทนา “น้องภูเก็ต” ควายเผือกถูกสับเป็นชิ้นๆ หลังส่งรักษาโรงพยาบาลสัตว์ มอ.

สุดเวทนา “น้องภูเก็ต” ควายเผือกถูกสับเป็นชิ้นๆ หลังส่งรักษาโรงพยาบาลสัตว์ มอ.

50 second read
ปิดความเห็น บน สุดเวทนา “น้องภูเก็ต” ควายเผือกถูกสับเป็นชิ้นๆ หลังส่งรักษาโรงพยาบาลสัตว์ มอ.
0
3,349

เพจเฟซบุ๊ก มูลนิธิวอชด็อก ไทยแลนด์ Watchdog Thailand – WDT ได้โพสต์ข้อความดังนี้

สุดเวทนา…#น้องภูเก็ต” ควายเผือกถูกสับเป็นชิ้นๆ ส่วนเนื้อควายน้ำหนัก 400 กิโล ราคาท้องตลาด กิโลละ400.- บาทหายไป
โรงพยาบาลสัตว์ มอ.ไม่ยอมส่งซากให้มูลนิธิ
จนต้องเข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ
สภ.คอหงส์ จังหวัดสงขลา

สิบโมงเช้าวันนี้ สภาทนายความสงขลา เข้าร่วมดูแลการแจ้งความโดยตัวแทนมูลนิธิ กรณีเรื่องแปลกแต่จริง มูลนิธิอนุรักษ์โคกระบือไทยเพื่อชีวิตใหม่แก่สัตว์ถูกทอดทิ้ง นำส่ง “น้องภูเก็ต”ควายเผือกถูกรถชนขาหัก ไปรักษาที่โรงพยาบาลสัตว์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ตั้งแต่วันที่ 26 พฤษภาคม 2563 แต่จู่ๆก็ได้รับการแจ้งว่าน้องภูเก็ต…ตาย ในวันที่ 19 มิถุนายน 2563



โดยไม่ทราบสาเหตุโดยไม่มีเอกสารยืนยันผลชันสูตรหรือการผ่าพิสูจน์

นอกจากนั้นน้องภูเก็ตยังถูกสับเป็นชิ้นๆอย่างน่าเวทนาและไม่ยอมส่งซากคืนให้มูลนิธิ

จนต้องร้องเรียน ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา
ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสงขลา พร้อมเข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ ที่ สภ.คอหงส์ ซึ่งเป็นสถานีตำรวจในท้องที่ โดยสพ.ถลางในการกำกับดูแลของผู้กำกับถลางต้องทำหนังสือขอรับคืนซากสัตว์เนื่องมาจากน้องภูเก็ตเป็นของกลางในคดีควายถูกรถชนในเขตอำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต !

หลังรับทราบว่า น้องภูเก็ตเสียชีวิต มูลนิธิฯประสงค์นำซากไปทำพิธีบังสกุล อุทิศส่วนกุศล และฝังซากให้น้องควายภูเก็ตได้ไปสู่สุคติ
แต่ มอ.กลับไม่ยอมส่งซากให้ อ้างว่า ไม่ทราบเจ้าของ ทั้งที่ ปศุสัตว์ภูเก็ต เป็นผู้นำส่งพร้อมใบเคลื่อนย้ายอย่างถูกต้องโดย น้องภูเก็ตเป็นควายเผือกของกลางที่มีมูลนิธิ เป็นผู้ดูแลผิดชอบค่าใช้จ่ายในการรักษา

โดยก่อนหน้านี้ คณบดีคณะสัตวแพทย์ฯ
แจ้งมูลนิธิขอรับเงิน 10,000 บาท จากมูลนิธิ
อ้างนำไปซื้อรอก แต่ในที่สุดไม่ได้ซื้อ
อธิการบดีจึงสั่งให้คณะฯคืนเงินให้มูลนิธิ

ปศุสัตว์ภูเก็ต ยืนยันว่า ก่อนหน้าวันที่ 19 มิถุนายน คืนที่ควายตายโดยไม่ทราบสาเหตุและไม่มีเอกสารการผ่าชันสูตร
ทางโรงพยาบาล เชิญประชุม ขอเก็บเงินปศุสัตว์ฯ จำนวน 30,000. บาท อ้างเป็นควายที่ไม่มีเจ้าของเคส !

ทั้งที่ ตลอดเวลาที่ทำการรักษา มูลนิธิมีการสื่อสารกับ ผอ.โรงพยาบาล มีการรายงานการรักษาและรูปถ่ายควายเผือก น้องภูเก็ต ตั้งแต่แรกทุกวัน
เป็นหลักฐานแสดงว่าทางโรงพยาบาลทราบมาตั้งแต่รับควายเข้ารักษาว่า มูลนิธิฯเป็นเจ้าของเคส ที่รับผิดชอบดูแลรักษาควายจนจบการรักษา และไม่มีอะไรเกี่ยวข้องเรื่องค่ารักษากับปศุสัตว์ภูเก็ตแต่อย่างใด

หลังการประชุมที่ปศุสัตว์ไม่จ่าย
จึงหันกลับไปทวงถามเงินค่ารักษาที่อ้างว่ามูลนิธิไม่ยอมจ่าย เป็นจำนวนเงิน63,000.-บาท !

คณะสัตวแพทย์ศาสตร์ มอ. น่าจะต้องตอบคำถามมูลนิธิ สภ.ถลาง เจ้าหน้าที่ตำรวจและประชาชน ให้ได้นะครับ

1.หลังการทวงถามเงินจากปศุสัตว์จังหวัดภูเก็ตแล้วไม่ได้
คืนวันที่ 19 มิถุนายน 2563 น้องภูเก็ตควายเผือกตาย ! โดยไม่ทราบสาเหตุ
เจ้าหน้าที่ผู้ดูแลส่งภาพให้พร้อมเลือดภายในคอก
ตัวแทนมูลนิธิพบเห็นควายน้ำลายฟูมปากแล้วหลังจากนั้นควายก็หายไป ติดตามหาไปทั่วโรงพยาบาลก็ไม่พบ !

2.หลังมูลนิธิรับทราบว่าควายตาย และพยายามขอรับทราบผลการผ่าชันสูตรแต่ได้รับการบ่ายเบี่ยงว่าไม่ให้ ! ให้ไม่ได้ ! ทั้งๆที่มูลนิธิคือเจ้าของเคสและเป็นผู้ดูแลรักษาของกลาง !

แต่มีการออกหนังสือถึงปศุสัตว์จังหวัดภูเก็ตในวันที่ 23 มิถุนายน 2563 อ้างว่าควายตายเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2563 และได้มีการชันสูตรซากพบเสียชีวิตเนื่องจากเส้นประสาทขาหน้าทั้งสองข้างถูกทำลายจากการถูกรถชน ไม่สามารถลุกขึ้นได้ทำให้เกิดบาดแผลกดทับอวัยวะภายในเกิดการอักเสบยึดติดกัน ไม่ค่อยกินอาหารทำให้อ่อนแอลงและติดเชื้อจากบัตรแผลกดทับเข้าสู่อวัยวะต่างๆในร่างกายจนไม่สามารถทำงานได้ต่อไป !

ตรงกันข้ามกับคำให้การของตัวแทนมูลนิธิ
ซึ่งคอยดูแลควายทุกวัน และยืนยันว่าควายกินอาหารปกติ !

3.ในที่สุดมูลนิธิ ก็ได้รับทราบว่าซากของน้องภูเก็ตถูกนำไปหั่นเป็นชิ้นๆ เมื่อสอบถามอ้างว่า ไม่มีที่เก็บ! แต่มีร่องรอยแล่เนื้อหายไป 400 กิโล !
มูลนิธิประสงค์นำน้องภูเก็ตไปทำพิธีบังสุกุลและทำบุญอุทิศส่วนกุศล
ก็ยังไม่ยอมคืนซากให้ จนต้องขอให้ผู้กำกับถลางทำหนังสือขอรับซากคืนในฐานะเจ้าของทรัพย์ของกลาง !

WDT ดำเนินการให้ มูลนิธิโคกระบือฯ ประสาน พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบช.ภ.9 และ พล.ต.ต. ทิวธวัช นครศรี ผบก.ภ.จว.สงขลา
มอบหมายสั่งการให้ตัวแทนมูลนิธิเข้าแจ้งความดำเนินคดีพร้อมสภาทนายความสงขลาประสานเข้าร่วมดูแลกำกับการดำเนินคดี วันนี้ 1 กรกฎาคม 2563 เวลา 10:00 น.

ในฐานะที่มูลนิธิ เป็นผู้ส่งรักษา และ มีพยานยืนยันว่า ควายน้ำลายฟูมปากและมีเลือดออกตามภาพ
จึงสงสัยว่า ควายจะถูกทารุณกรรม เข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษเพิ่ม เรื่อง

  1. ทารุณกรรมสัตว์
  2. สัตว์นั้นเป็นของกลาง ของ สภ.ถลาง เท่ากับ มีการทำลายของกลาง
  3. ลักทรัพย์ เพราะแล่เนื้อเอาไปขาย ถือว่าเป็นการเอาไปโดยทุจริต หมายถึงลักทรัพย์

ลักทรัพย์นะครับไม่ใช่แค่ยักยอกทรัพย์
เพราะเขาเอาทรัพย์ไปฝากให้รักษา แต่กลับแล่เอาเนื้อไปขาย ! ( เป็นหน้าที่ให้ตำรวจสืบสวนและสอบสวน)

  1. ทำให้เสียทรัพย์ ทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้นหลักฐานในคดี

ผกก.ถลาง เป็นเจ้าของทรัพย์ของกลางครับ
มูลนิธิ เป็น “ผู้ดูแล” ของกลาง ด้วยการส่งควายไปรักษา
และไม่ได้อนุญาตให้มีการชำแหละหรือจำหน่ายหรือนำไปขาย

ถือว่ามูลนิธิเป็นผู้เสียหายด้วยครับ

ติดตามเรื่องแปลกแต่จริงคดีนี้กันครับ

RIP น้องภูเก็ต สู่สุขคตินะควายน้อย

ขอบคุณ

นายจารุวัฒน์ เกลี้ยงเกลา ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา
นายสมหวัง เรืองเพ็ง รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา
นายสรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์
นายสมชวน รัตนมังคลานนท์ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์
พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบช. ภ.9
กองสวัสดิภาพสัตว์และสัตวแพทย์บริการ กรมปศุสัตว์
นายมนัส เทพรักษ์ ปศุสัตว์จังหวัดภูเก็ต
สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดสงขลา
พล.ต.ต.ทิวธวัช นครศรี ผบก.ภ.จว.สงขลา
พ.ต.อ.ธีรวัฒน์ เลี่ยมสุวรรณ ผกก.สภ.ถลาง ภูเก็ต
พ.ต.ท.อนุกูล หนูเกตุ รองผกก.(สอบสวน) สภ.ถลาง ภูเก็ต
พ.ต.อ.พงษ์พันธ์ จันทรอาภา ผกก.สภ.คอหงส์ สงขลา
สภาทนายความจังหวัดสงขลา
สำนักงานกฎหมาย ทนายคลายทุกข์ คุณเดชา กิตติวิทยานันท์
ที่ปรึกษากฎหมาย WATCHDOG THAILAND
ประชาชนผู้ร้องเรียนเหตุทารุณกรรม
อาสาประชาชนเครือข่าย Watchdog Thailand

สุดเวทนา…#น้องภูเก็ต" ควายเผือกถูกสับเป็นชิ้นๆ ส่วนเนื้อควายน้ำหนัก 400 กิโล ราคาท้องตลาด กิโลละ400.- บาทหายไปโรงพยาบาลสัตว์ มอ.ไม่ยอมส่งซากให้มูลนิธิ จนต้องเข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ สภ.คอหงส์ จังหวัดสงขลา สิบโมงเช้าวันนี้ สภาทนายความสงขลา เข้าร่วมดูแลการแจ้งความโดยตัวแทนมูลนิธิ กรณีเรื่องแปลกแต่จริง มูลนิธิอนุรักษ์โคกระบือไทยเพื่อชีวิตใหม่แก่สัตว์ถูกทอดทิ้ง นำส่ง "น้องภูเก็ต"ควายเผือกถูกรถชนขาหัก ไปรักษาที่โรงพยาบาลสัตว์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ตั้งแต่วันที่ 26 พฤษภาคม 2563 แต่จู่ๆก็ได้รับการแจ้งว่าน้องภูเก็ต…ตาย ในวันที่ 19 มิถุนายน 2563#โดยไม่ทราบสาเหตุโดยไม่มีเอกสารยืนยันผลชันสูตรหรือการผ่าพิสูจน์#นอกจากนั้นน้องภูเก็ตยังถูกสับเป็นชิ้นๆอย่างน่าเวทนาและไม่ยอมส่งซากคืนให้มูลนิธิ จนต้องร้องเรียน ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสงขลา พร้อมเข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ ที่ สภ.คอหงส์ ซึ่งเป็นสถานีตำรวจในท้องที่ โดยสพ.ถลางในการกำกับดูแลของผู้กำกับถลางต้องทำหนังสือขอรับคืนซากสัตว์เนื่องมาจากน้องภูเก็ตเป็นของกลางในคดีควายถูกรถชนในเขตอำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต !หลังรับทราบว่า น้องภูเก็ตเสียชีวิต มูลนิธิฯประสงค์นำซากไปทำพิธีบังสกุล อุทิศส่วนกุศล และฝังซากให้น้องควายภูเก็ตได้ไปสู่สุคติแต่ มอ.กลับไม่ยอมส่งซากให้ อ้างว่า ไม่ทราบเจ้าของ ทั้งที่ ปศุสัตว์ภูเก็ต เป็นผู้นำส่งพร้อมใบเคลื่อนย้ายอย่างถูกต้องโดย น้องภูเก็ตเป็นควายเผือกของกลางที่มีมูลนิธิ เป็นผู้ดูแลผิดชอบค่าใช้จ่ายในการรักษาโดยก่อนหน้านี้ คณบดีคณะสัตวแพทย์ฯแจ้งมูลนิธิขอรับเงิน 10,000 บาท จากมูลนิธิอ้างนำไปซื้อรอก แต่ในที่สุดไม่ได้ซื้อ อธิการบดีจึงสั่งให้คณะฯคืนเงินให้มูลนิธิ ปศุสัตว์ภูเก็ต ยืนยันว่า ก่อนหน้าวันที่ 19 มิถุนายน คืนที่ควายตายโดยไม่ทราบสาเหตุและไม่มีเอกสารการผ่าชันสูตรทางโรงพยาบาล เชิญประชุม ขอเก็บเงินปศุสัตว์ฯ จำนวน 30,000. บาท อ้างเป็นควายที่ไม่มีเจ้าของเคส !ทั้งที่ ตลอดเวลาที่ทำการรักษา มูลนิธิมีการสื่อสารกับ ผอ.โรงพยาบาล มีการรายงานการรักษาและรูปถ่ายควายเผือก น้องภูเก็ต ตั้งแต่แรกทุกวัน เป็นหลักฐานแสดงว่าทางโรงพยาบาลทราบมาตั้งแต่รับควายเข้ารักษาว่า มูลนิธิฯเป็นเจ้าของเคส ที่รับผิดชอบดูแลรักษาควายจนจบการรักษา และไม่มีอะไรเกี่ยวข้องเรื่องค่ารักษากับปศุสัตว์ภูเก็ตแต่อย่างใดหลังการประชุมที่ปศุสัตว์ไม่จ่ายจึงหันกลับไปทวงถามเงินค่ารักษาที่อ้างว่ามูลนิธิไม่ยอมจ่าย เป็นจำนวนเงิน63,000.-บาท !คณะสัตวแพทย์ศาสตร์ มอ. น่าจะต้องตอบคำถามมูลนิธิ สภ.ถลาง เจ้าหน้าที่ตำรวจและประชาชน ให้ได้นะครับ1.หลังการทวงถามเงินจากปศุสัตว์จังหวัดภูเก็ตแล้วไม่ได้คืนวันที่ 19 มิถุนายน 2563 น้องภูเก็ตควายเผือกตาย ! โดยไม่ทราบสาเหตุเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลส่งภาพให้พร้อมเลือดภายในคอก ตัวแทนมูลนิธิพบเห็นควายน้ำลายฟูมปากแล้วหลังจากนั้นควายก็หายไป ติดตามหาไปทั่วโรงพยาบาลก็ไม่พบ !2.หลังมูลนิธิรับทราบว่าควายตาย และพยายามขอรับทราบผลการผ่าชันสูตรแต่ได้รับการบ่ายเบี่ยงว่าไม่ให้ ! ให้ไม่ได้ ! ทั้งๆที่มูลนิธิคือเจ้าของเคสและเป็นผู้ดูแลรักษาของกลาง !แต่มีการออกหนังสือถึงปศุสัตว์จังหวัดภูเก็ตในวันที่ 23 มิถุนายน 2563 อ้างว่าควายตายเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2563 และได้มีการชันสูตรซากพบเสียชีวิตเนื่องจากเส้นประสาทขาหน้าทั้งสองข้างถูกทำลายจากการถูกรถชน ไม่สามารถลุกขึ้นได้ทำให้เกิดบาดแผลกดทับอวัยวะภายในเกิดการอักเสบยึดติดกัน ไม่ค่อยกินอาหารทำให้อ่อนแอลงและติดเชื้อจากบัตรแผลกดทับเข้าสู่อวัยวะต่างๆในร่างกายจนไม่สามารถทำงานได้ต่อไป !ตรงกันข้ามกับคำให้การของตัวแทนมูลนิธิซึ่งคอยดูแลควายทุกวัน และยืนยันว่าควายกินอาหารปกติ !3.ในที่สุดมูลนิธิ ก็ได้รับทราบว่าซากของน้องภูเก็ตถูกนำไปหั่นเป็นชิ้นๆ เมื่อสอบถามอ้างว่า ไม่มีที่เก็บ! แต่มีร่องรอยแล่เนื้อหายไป 400 กิโล !มูลนิธิประสงค์นำน้องภูเก็ตไปทำพิธีบังสุกุลและทำบุญอุทิศส่วนกุศลก็ยังไม่ยอมคืนซากให้ จนต้องขอให้ผู้กำกับถลางทำหนังสือขอรับซากคืนในฐานะเจ้าของทรัพย์ของกลาง !WDT ดำเนินการให้ มูลนิธิโคกระบือฯ ประสาน พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบช.ภ.9 และ พล.ต.ต. ทิวธวัช นครศรี ผบก.ภ.จว.สงขลามอบหมายสั่งการให้ตัวแทนมูลนิธิเข้าแจ้งความดำเนินคดีพร้อมสภาทนายความสงขลาประสานเข้าร่วมดูแลกำกับการดำเนินคดี วันนี้ 1 กรกฎาคม 2563 เวลา 10:00 น. ในฐานะที่มูลนิธิ เป็นผู้ส่งรักษา และ มีพยานยืนยันว่า ควายน้ำลายฟูมปากและมีเลือดออกตามภาพ จึงสงสัยว่า ควายจะถูกทารุณกรรม เข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษเพิ่ม เรื่อง 1. ทารุณกรรมสัตว์ 2. สัตว์นั้นเป็นของกลาง ของ สภ.ถลาง เท่ากับ มีการทำลายของกลาง3. ลักทรัพย์ เพราะแล่เนื้อเอาไปขาย ถือว่าเป็นการเอาไปโดยทุจริต หมายถึงลักทรัพย์ลักทรัพย์นะครับไม่ใช่แค่ยักยอกทรัพย์ เพราะเขาเอาทรัพย์ไปฝากให้รักษา แต่กลับแล่เอาเนื้อไปขาย ! ( เป็นหน้าที่ให้ตำรวจสืบสวนและสอบสวน) 4. ทำให้เสียทรัพย์ ทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้นหลักฐานในคดี ผกก.ถลาง เป็นเจ้าของทรัพย์ของกลางครับมูลนิธิ เป็น "ผู้ดูแล" ของกลาง ด้วยการส่งควายไปรักษาและไม่ได้อนุญาตให้มีการชำแหละหรือจำหน่ายหรือนำไปขายถือว่ามูลนิธิเป็นผู้เสียหายด้วยครับ ติดตามเรื่องแปลกแต่จริงคดีนี้กันครับRIP น้องภูเก็ต สู่สุขคตินะควายน้อยขอบคุณ นายจารุวัฒน์ เกลี้ยงเกลา ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลานายสมหวัง เรืองเพ็ง รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลานายสรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์นายสมชวน รัตนมังคลานนท์ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบช. ภ.9กองสวัสดิภาพสัตว์และสัตวแพทย์บริการ กรมปศุสัตว์นายมนัส เทพรักษ์ ปศุสัตว์จังหวัดภูเก็ตสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดสงขลาพล.ต.ต.ทิวธวัช นครศรี ผบก.ภ.จว.สงขลาพ.ต.อ.ธีรวัฒน์ เลี่ยมสุวรรณ ผกก.สภ.ถลาง ภูเก็ตพ.ต.ท.อนุกูล หนูเกตุ รองผกก.(สอบสวน) สภ.ถลาง ภูเก็ตพ.ต.อ.พงษ์พันธ์ จันทรอาภา ผกก.สภ.คอหงส์ สงขลาสภาทนายความจังหวัดสงขลาสำนักงานกฎหมาย ทนายคลายทุกข์ คุณเดชา กิตติวิทยานันท์ที่ปรึกษากฎหมาย WATCHDOG THAILANDประชาชนผู้ร้องเรียนเหตุทารุณกรรมอาสาประชาชนเครือข่าย Watchdog Thailand

Posted by มูลนิธิวอชด็อก ไทยแลนด์ Watchdog Thailand – WDT on Tuesday, June 30, 2020
Load More Related Articles
Load More By Breaking News
Load More In ข่าว
Comments are closed.

Check Also

อย่าหลงเชื่อ หมอเตือน ข่าวปลอม ต้นอังกาบหนู รักษามะเร็งได้หายขาด

สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ แจ้งเตือนข่าวปลอม ต้นอ … …