Home ข่าว ผบช.น.สั่งร.ต.อ.ฉาวออกราชการแล้ว ตั้งข้อหาหนัก ชนวนยิงเมียสาวเสียชีวิต

ผบช.น.สั่งร.ต.อ.ฉาวออกราชการแล้ว ตั้งข้อหาหนัก ชนวนยิงเมียสาวเสียชีวิต

30 second read
ปิดความเห็น บน ผบช.น.สั่งร.ต.อ.ฉาวออกราชการแล้ว ตั้งข้อหาหนัก ชนวนยิงเมียสาวเสียชีวิต
1
7,567

สืบเนื่องจากกรณีที่ น.ส.พิมชฎาพร ภูแย้มไสย์ วัย 30 ปี เสียชีวิตในบ้านพักแห่งหนึ่งในพื้นที่ย่านลาดพร้าว โดยเจ้าตัวจะมีสถานะแฟนสาวของตำรวจระดับรองสารวัตรสืบในพื้นที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล 4 ทำให้มีคนสงสัยถึงสาเหตุการเสียชีวิตว่าอาจจะมีอะไรแปลกๆ มีข้อพิรุธหลายจุด เช่น ผู้ตายถูกยิงด้านซ้าย ทั้งที่ถนัดขวา และไม่ได้ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า เป็นต้น

ด้าน ร.ต.อ.ทรงกลด บุญส่ง รองสารวัตรสืบสวน สน.วังทองหลาง กล่าวถึง กรณีน.ส.พิมชฎาพร ภูแย้มไสย์ อายุ 30 ปี ภรรยาใช้อาวุธปืน .45 ยิงตัวเสียชีวิต ว่า ขณะนี้ตนแทบไม่มีที่ยืน เครียดมาก เพราะทางครอบครัวของแฟนที่เสียชีวิตคิดว่าตนอาจมีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ แต่ตนยืนยันว่าตนไม่ได้ทำ และไม่มีเหตุผลที่จะทำเพราะเขาคือคนที่ตนรักและมีลูกด้วยกัน ก่อนหน้านี้ยอมรับว่าครอบครัวของแฟนไม่ชอบตนจริงและไม่เคยเจอกัน มีเพียงพูดคุยกับแม่แฟนผ่านโทรศัพท์มือถือเท่านั้น ตนก็พยายามพิสูจน์ให้แม่ของแฟนเห็นว่าตนสามารถดูแลลูกของเขาได้ จึงได้ซื้อบ้านเมื่อ 3 เดือนก่อนเพื่อทำให้เห็นว่าลูกของเขาจะไม่ลำบาก

อ่านข่าว – เปิดโพสต์สุดท้าย เมียสาวร.ต.อ.เสียชีวิตปริศนา ไร้สัญญาณซึมเศร้า วิถียิงไม่ปกติ ผู้กองโต้เสียงแข็ง



ล่าสุด พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. ให้ข้อมูลว่าผลการชันสูตรศพของผู้เสียชีวิตไม่ได้เสียชีวิตจากการฆ่าตัวตาย โดยทาง ตร. พบหลักฐานสำคัญคือคราบเขม่าดินปืนที่มือของ ร.ต.อ.ทรงกลด บุญส่ง ซึ่งหลังจากการสอบสวนให้การภาคเสธ โดยยอมรับเพียงว่าอยู่ในที่เกิดเหตุและสาเหตุมาจากปัญหาครอบครัว แต่ปฏิเสธว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับการฆาตกรรมซึ่งขัดแย้งกับคำให้การก่อนนั้นที่ให้การว่าอยู่คนละห้องกับภรรยาแล้วได้ยินเสียงปืนจึงพังประตูเข้าไป

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ปักใจเชื่อและยึดเอาผลทางนิติวิทยาศาสตร์เป็นหลัก ก่อนแจ้งข้อกล่าวหาแก่ ร.ต.อ.ทรงกลด บุญส่ง คือ “ฆ่าผู้อื่น” โดยหลังจากนี้จะเร่งสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานอีกครั้งว่าเข้าข่าย ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาหรือไม่หรือไตร่ตรองไว้ก่อน ขณะนี้ ร.ต.อ.ทรงกลดจกเป็นผู้ต้องหาแล้ว ซึ่งในทางปฏิบัติต้นสังกัดจะให้ออกจากราชการไว้ก่อน

อย่างไรก็ตามแม้ผู้ต้องจะให้การภาคเสธแค่คำการยังเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี ซึ่งรายละเอียดนั้นยังไม่สามารถเปิดเผยได้ อีกทั้ง พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. ย้ำว่ามีความมั่นใจในพยานหลักฐาน เพราะหากไม่มีหลักฐานที่แน่ชัดคงไม่สามารถออกหมายจับได้ ลั่นแม้เป็นตำรวจก็จะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายเหมือนประชาชนทั่วไป

จากการสอบสวน ร.ต.อ.ทรงกลด สามีผู้ตายให้การว่า หลังจากมีปากเสียงกันระหว่างที่กลับมาที่บ้าน ภรรยาได้เข้ามาด่าทอ จึงเกิดบันดาลโทสะชักอาวุธปืนขู่ จากนั้นผู้ตายได้มายื้อแย่งกันเป็นเหตุทำให้ปืนลั่นใส่ผู้ตายเสียชีวิต

ก่อนหน้านั้นทีมสืบสวนคดีดังกล่าว พบข้อสงสัยหลายประการ โดยเฉพาะการใช้อาวุธปืนและวิถีกระสุน ทั้งๆ ที่ผู้เสียชีวิตถนัดขวา แต่กลับพบบาดแผลบริเวณศรีษะด้านซ้าย ประเด็นสำคัญยังมีการตรวจคราบเขม่าดินปืนที่มือของผู้เสียชีวิต และนายตำรวจผู้เป็นสามี จึงดำเนินการควบคุมตัว ร.ต.อ.ทรงกลด มาสอบเครียดอีกครั้ง จนในที่สุดก็ยอมรับว่า ก่อนเกิดเหตุภายหลังกลับมาบ้าน ตนเองมีอาการมึนเมาอย่างหนัก กระทั่งมีปากเสียงกับภรรยาแล้วทะเลาะกันอย่างรุนแรง จากนั้นได้พยายามลากตัวภรรยาสาวเข้าห้องนอนเพื่อร่วมหลับนอน แต่อีกฝ่ายไม่ยอม ก่อนที่จะหนีลงมานอนที่ห้องรับแขก

ต่อมาตนเองได้ถือปืนเดินตามลงมา โดยอ้างว่าเพื่อเคลียร์ปัญหา แต่สุดท้ายก็เกิดมีปากเสียงรอบใหม่ จนถึงขั้นขวางปาสิ่งของ และตนเองได้มีการชักอาวุธปืนมาจ่อที่ศีรษะ เนื่องจากผู้ตายบ่นว่าเบื่อแล้ว อยากตาย แต่ปรากฎว่าจังหวะที่เอาปืนขึ้นมาจ่อศีรษะ ทางด้านภรรยาสาวเป็นพยายามแย่งปืน จนทำให้เกิดปืนลั่นเข้าศรีษะจนเสียชีวิต ไม่ได้เป็นการตั้งใจสังหารภรรยาแต่อย่างใด

Load More Related Articles
Load More By ริวซากิ
Load More In ข่าว
Comments are closed.

Check Also

ผบช.น.สั่งเร่งตามคนถอดกล้อง ย้ายหลักฐาน สอบเชิงลึกบ่อนพระราม 3 ไม่รู้เปิดมานานแค่ไหน

สืบเนื่องจากเหตุอุกฉกรรจ์ในพื้นที่ สน.ทุ่งมหาเมฆ ทำให้ม … …