Home ข่าว ลุงขับกระบะมากับภรรยากลัวจนตัวสั่น เจ็บที่ใบหน้า โดน3ชายฉกรรจ์ลงมาทำร้ายกลางถนน

ลุงขับกระบะมากับภรรยากลัวจนตัวสั่น เจ็บที่ใบหน้า โดน3ชายฉกรรจ์ลงมาทำร้ายกลางถนน

38 second read
ปิดความเห็น บน ลุงขับกระบะมากับภรรยากลัวจนตัวสั่น เจ็บที่ใบหน้า โดน3ชายฉกรรจ์ลงมาทำร้ายกลางถนน
0
836

กรณีคลิปในโลกออนไลน์ที่เกิดกระเเสวิพพากษ์วิจารณ์กับเหตุการณ์รถบัสสีขาว-น้ำเงิน หมายเลขทะเบียน 15-8444 กรุงเทพมหานคร มีสติ๊กเกอร์ติดหลังรถว่า “สวัสดีอีสาน”ซึ่งมีผู้โดยสารนั่งมาจนเต็มคันรถ ขับมาเบียดและปาดหน้ารถกระบะป้ายแดงก่อนที่จะมีผู้ชาย 3 คน ที่คาดว่าจะเป็นพนักงานประจำรถ 3 คนเดินลงมาล้อมรถ (ชมคลิปท้ายข่าว)

จากนั้น ได้มีชายคนหนึ่งได้เข้าไปพูดคุยกับคนขับรถกระบะจังหวะนั้นชายอีกคนได้เข้ามาและรัวหมัดชกไปที่ชายคนขับกระบะแบบไม่ยั้ง แล้วทั้งหมดก็ขึ้นรถขับออกไป พร้อมข้อความระบุว่า…

สวัสดีครับขออนุญาตแชร์ประสบการณ์ในวันนี้ประมาณ 15.00 น. 9 มิถุนายน 2563 ถนนเลี่ยงเมืองขอนแก่นขณะที่ขี่รถไปทำบุญที่วัดท่าสองคอนและพระธาตุขามแก่นได้เจอสถานการณ์ที่รถทัวร์ขับปาดหน้ารถปิ๊กอัพและมีการทำร้ายร่างกายกันเกิดขึ้น โดยมีชาย3คนลงจากรถบัสรุมทำร้ายร่างกายคุณลุงรถปิ๊กอัพ แล้วขับรถบัสไปต่อ จากนั้นผมได้จอดรถยนต์ถามอาการขอบคุณลุง คุณบอกว่าโดนตบที่ใบหน้าหลายครั้ง แต่คุณลุงบอกว่าไม่อยากมีเรื่องครับ ใช้ถนนร่วมกันอย่ามีอารมณ์



ในเวลาต่อมาผู้สือข่าวได้สอบถามไปยังผู้โพสต์เฟซบุ๊ค ทราบชื่อต่อมาคือ ว่าที่ ร.ท.ธนะรัชต์ งอบโพธิ์ อายุ 30 ปี โดยได้เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงเวลาประมาณ 15.00 น. ของเมื่อวานที่ผ่านมา (9 มิ.ย.2563) ขณะที่ตนเองและพี่ชายขับรถออกจากบ้านมาตามถนนเลี่ยงเมืองผ่านหน้า บขส.แห่งที่ 3 มุ่งหน้าไปทาง จ.อุดรธานี

โดยรถของตนเองนั้นขับมาอยู่ช่องทางด้านซ้าย เนื่องจากช่องทางด้านขวามีการติดตั้งเสาไฟฟ้า โดยขณะที่ขับรถอยู่นั้น พบว่ามีรถทัวร์คันที่อยู่ในคลิปขับแซงขึ้นมาลักษณะเหมือนเบียดมาใกล้ๆกับรถของตนเอง จนรู้สึกได้ว่าไม่น่าจะเป็นเรื่องปกติ

พร้อมทั้งใช้ความเร็วเบียดแซงขึ้นไป ก่อนที่รถทัวร์คันดังกล่าวจะขับไปปาดหน้ารถยนต์กระบะป้ายแดงที่อยู่ในคลิป ลักษณะเหมือนจะเบียดให้ตกข้างทาง แต่กระบะหักหลบไป กระทั่งรถทัวร์คัดดังกล่าวเบียดอีกครั้งเพื่อจะให้จอด โดยรถกระบะก็ได้พยายามจะหักหลบไปทางด้านขวา แต่รถทัวร์ได้ขับไปปาดหน้าและขวางถนนไว้ทั้ง 2 ช่องทาง

หลังจากที่รถโดยสารจอดรถขวางรถทุกคันบนถนนแล้วนั้นได้มีผู้ชาย 3 คนลงมาจากรถคาดว่าจะเป็นพนักงานที่มากับรถมาพูดคุยกับคนขับรถกระบะ โดยคนขับกระบะนั่งอยู่ภายในรถและเปิดกระจกลงมา ส่วนทางด้านพนักงานของรถที่ลงมาได้ตะคอกใส่ก่อนที่ชายอีกคนจะเข้ามาโวยวายแล้วกระชากคอเสื้อคนขับกระบะแล้วมีการทำร้ายร่างกายเกิดขึ้น โดยใช้เวลาเพียง 2 นาทีก่อนที่ชายทั้ง 3 จะเดินกลับไปที่รถทัวร์ท่ามกลางสายตาของผู้โดยสารที่นั่งมาเต็มคันรถ และได้ขับรถออกไป”

ว่าที่ ร.ท.ธนะรัชต์ กล่าวต่ออีกว่า หลังเกิดเหตุได้เข้าไปสอบถามคนขับรถกระบะซึ่งเป็นชายรุ่นลุงมากับภรรยา ซึ่งลุงเล่าให้ฟังว่ากลุ่มชายดังกล่าวที่ลงมานั้นกล่าวหาว่าลุงขับรถปาดหน้า ซึ่งคุณลุงก็ไม่ทราบว่าไปปาดหน้าตอนไหน จึงได้แนะนำว่าจะไปแจ้งความหรือไปโรงพยาบาล ซึ่งคุณลุงไม่อยากมีเรื่องและขอแยกตัวไป

ลุงบอกว่าบาดเจ็บที่ใบหน้า กลัว สั่นไปทั้งตัว แต่ก็รู้สึกผ่อนคลายขึ้นเมื่อผมและผุ้ที่เห็นเหตุการณ์ได้เข้ามามาสอบถามและประสงค์จะช่วยเหลือ ก่อนที่คุณลุงจะขับรถเดินทางต่อไป

รถทัวร์หัวร้อน ปาดหน้า ลงมาทำร้ายคนขับรถกะบะ

#สังคมว่าไง #รถทัวร์หัวร้อน ขับปาดหน้ารถกระบะป้ายแดงพร้อมจอดขวางถนน ก่อนมีชาย 3 คน #ลงมาทำร้ายคนขับกระบะ และขับรถหลบหนีไป พลเมืองดีเข้าไปสอบถามพบเป็นคุณลุงมากับภรรยา เจ้าตัวเผยแม้จะเจ็บตัวแต่ไม่อยากมีเรื่องเมื่อเวลา 08.00 น.วันที่ 10 มิ.ย.2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าโลกโซเชียนมีเดียและเพจต่างๆทั่วทั้ง จ.ขอนแก่น ได้มีการเผยแพร่ คลิปภาพรถโดยสารสีขาว-น้ำเงิน หมายเลขทะเบียน 15-8444 กรุงเทพมหานคร มีสติ๊กเกอร์ติดหลังรถว่า “สวัสดีอีสาน”ซึ่งมีผู้โดยสารนั่งมาจนเต็มคันรถ ขับมาเบียดและปาดหน้ารถกระบะป้ายแดงก่อนที่จะมีผู้ชาย 3 คน ที่คาดว่าจะเป็นพนักงานประจำรถ 3 คนเดินลงมาล้อมรถ ขณะที่ชายคนหนึ่งได้เข้าไปพูดคุยกับคนขับรถกระบะจังหวะนั้นชายอีกคนได้เข้ามาและรัวหมัดชกไปที่ชายคนขับกระบะแบบไม่ยั้ง แล้วทั้งหมดก็ขึ้นรถขับออกไป พร้อมข้อความระบุว่า “สวัสดีครับขออนุญาตแชร์ประสบการณ์ในวันนี้ประมาณ 15.00 น. 9 มิถุนายน 2563 ถนนเลี่ยงเมืองขอนแก่นขณะที่ขี่รถไปทำบุญที่วัดท่าสองคอนและพระธาตุขามแก่นได้เจอสถานการณ์ที่รถทัวร์ขับปาดหน้ารถปิ๊กอัพและมีการทำร้ายร่างกายกันเกิดขึ้น โดยมีชาย3คนลงจากรถบัสรุมทำร้ายร่างกายคุณลุงรถปิ๊กอัพ แล้วขับรถบัสไปต่อ จากนั้นผมได้จอดรถยนต์ถามอาการขอบคุณลุง คุณบอกว่าโดนตบที่ใบหน้าหลายครั้ง แต่คุณลุงบอกว่าไม่อยากมีเรื่องครับ ใช้ถนนร่วมกันอย่ามีอารมณ์” ในเวลาต่อมาผู้สือข่าวได้สอบถามไปยังผู้โพสต์เฟซบุ๊ก ทราบชื่อต่อมาคือ ว่าที่ ร.ท.ธนะรัชต์ งอบโพธิ์ อายุ 30 ปี โดยได้เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงเวลาประมาณ 15.00 น. ของเมื่อวานที่ผ่านมา (9 มิ.ย.2563) ขณะที่ตนเองและพี่ชายขับรถออกจากบ้านมาตามถนนเลี่ยงเมืองผ่านหน้า บขส.แห่งที่ 3 มุ่งหน้าไปทาง จ.อุดรธานี โดยรถของตนเองนั้นขับมาอยู่ช่องทางด้านซ้าย เนื่องจากช่องทางด้านขวามีการติดตั้งเสาไฟฟ้า โดยขณะที่ขับรถอยู่นั้น พบว่ามีรถทัวร์คันที่อยู่ในคลิปขับแซงขึ้นมาลักษณะเหมือนเบียดมาใกล้ๆกับรถของตนเอง จนรู้สึกได้ว่าไม่น่าจะเป็นเรื่องปกติ พร้อมทั้งใช้ความเร็วเบียดแซงขึ้นไป ก่อนที่รถทัวร์คันดังกล่าวจะขับไปปาดหน้ารถยนต์กระบะป้ายแดงที่อยู่ในคลิป ลักษณะเหมือนจะเบียดให้ตกข้างทาง แต่กระบะหักหลบไป กระทั่งรถทัวร์คัดดังกล่าวเบียดอีกครั้งเพื่อจะให้จอด โดยรถกระบะก็ได้พยายามจะหักหลบไปทางด้านขวา แต่รถทัวร์ได้ขับไปปาดหน้าและขวางถนนไว้ทั้ง 2 ช่องทาง" หลังจากที่รถโดยสารจอดรถขวางรถทุกคันบนถนนแล้วนั้นได้มีผู้ชาย 3 คนลงมาจากรถคาดว่าจะเป็นพนักงานที่มากับรถมาพูดคุยกับคนขับรถกระบะ โดยคนขับกระบะนั่งอยู่ภายในรถและเปิดกระจกลงมา ส่วนทางด้านพนักงานของรถที่ลงมาได้ตะคอกใส่ก่อนที่ชายอีกคนจะเข้ามาโวยวายแล้วกระชากคอเสื้อคนขับกระบะแล้วมีการทำร้ายร่างกายเกิดขึ้น โดยใช้เวลาเพียง 2 นาทีก่อนที่ชายทั้ง 3 จะเดินกลับไปที่รถทัวร์ท่ามกลางสายตาของผู้โดยสารที่นั่งมาเต็มคันรถ และได้ขับรถออกไป"ว่าที่ ร.ท.ธนะรัชต์ กล่าวต่ออีกว่า หลังเกิดเหตุได้เข้าไปสอบถามคนขับรถกระบะซึ่งเป็นชายรุ่นลุงมากับภรรยา ซึ่งลุงเล่าให้ฟังว่ากลุ่มชายดังกล่าวที่ลงมานั้นกล่าวหาว่าลุงขับรถปาดหน้า ซึ่งคุณลุงก็ไม่ทราบว่าไปปาดหน้าตอนไหน จึงได้แนะนำว่าจะไปแจ้งความหรือไปโรงพยาบาล ซึ่งคุณลุงไม่อยากมีเรื่องและขอแยกตัวไป "ลุงบอกว่าบาดเจ็บที่ใบหน้า กลัว สั่นไปทั้งตัว แต่ก็รู้สึกผ่อนคลายขึ้นเมื่อผมและผุ้ที่เห็นเหตุการณ์ได้เข้ามามาสอบถามและประสงค์จะช่วยเหลือ ก่อนที่คุณลุงจะขับรถเดินทางต่อไป"รถทัวร์หัวร้อน ปาดหน้า ลงมาทำร้ายคนขับรถกะบะ

Posted by สถานีโทรทัศน์สำนักงานตำรวจแห่งชาติ on Tuesday, June 9, 2020

สถานีโทรทัศน์สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

Load More Related Articles
Load More By ADMIN
Load More In ข่าว
Comments are closed.

Check Also

หนุ่มพลาดท่า บีบสิวผิดจุด เผชิญความทรมาน หามส่ง รพ.ให้หมอช่วยชีวิต

เรียกได้ว่าเป็นภัยใกล้ตัวที่ทุกคนต้องเฝ้าระวังกันให้ดี … …