Home ข่าว เปิดจดหมายซึ้ง สาวต้องตัดใจเลิกติดต่อแฟนหนุ่ม หลังรู้ว่าเขาแต่งงานมีครอบครัวแล้ว เธอใช้ทั้งชีวิตเพื่อ รอคนรัก 55 ปี สุดท้ายถึงวันที่รอคอย แม้จะมีโอกาสได้อยู่ด้วยกันแค่ 7 ปี

เปิดจดหมายซึ้ง สาวต้องตัดใจเลิกติดต่อแฟนหนุ่ม หลังรู้ว่าเขาแต่งงานมีครอบครัวแล้ว เธอใช้ทั้งชีวิตเพื่อ รอคนรัก 55 ปี สุดท้ายถึงวันที่รอคอย แม้จะมีโอกาสได้อยู่ด้วยกันแค่ 7 ปี

32 second read
ปิดความเห็น บน เปิดจดหมายซึ้ง สาวต้องตัดใจเลิกติดต่อแฟนหนุ่ม หลังรู้ว่าเขาแต่งงานมีครอบครัวแล้ว เธอใช้ทั้งชีวิตเพื่อ รอคนรัก 55 ปี สุดท้ายถึงวันที่รอคอย แม้จะมีโอกาสได้อยู่ด้วยกันแค่ 7 ปี
0
950

ต้องบอกว่าเป็นเรื่องราวความรักที่อ่านแล้วต้องบอกว่ากินซะเหลือเกิน สำหรับจดหมายฉบัยหนึ่งที่เขียนได้อย่างลึกซึ้งโดยระบุว่า “ถึงตี๋เป่าที่รัก: รูปภาพที่คุณส่งมา ฉันวางมันไว้บนโต๊ะ ไม่ว่าฉันจะทำอะไร ก็จะเดินมาดูรูปนั้นเป็นครั้งคราว รอยยิ้มของคุณยังคงหวานแววไม่เปลี่ยน เพราะนั้นคือรอยยิ้มอันแสนหวานเหมือนครั้งแรกที่คุณเดินเข้ามาเรียนในห้อง

แม้ว่าฉันจะไม่ได้เห็นหน้าคุณมานานกว่า 50 ปีแล้ว ไม่ได้พูดคุยกับคุณ แต่วันนี้ฉันสามารถใช้ตัวหนังสือในจดหมายส่งบอกความรู้สึกว่า คุณที่อยู่ตรงหน้ายังคงเป็นคุณในวันนั้นเหมือนเดิม ไม่เปลี่ยน

หลังจากที่ฉันอ่านจดหมายของคุณ ร้อยพันหมื่นคำกลอนและข้อความที่เต็มไปด้วยสีสันสื่อให้เข้าถึงความรู้สึก ซาบซึ้งไปถึงหัวใจ ความรู้สึกที่งดงามนี้ ฉันคิดว่ามันอาจจะไม่ปรากฏในชีวิตที่เหลือของฉัน ในช่วงตอนดึก ฉันนั่งลงและแหงนหน้ามองดูที่ดวงจันทร์และดวงดาว เพราะที่มองขึ้นไปก็เพราะอยากมองเห็นหน้าคุณไง”



“ฉันเพิ่งรู้และเข้าใจแล้วว่า คุณคือรักแท้ของฉัน ผมหยวน ตี๋เป่าอายุ 82 ปี และเธอคือ หลี่ แดนนี่อายุ 85 ปี กับเรื่องราวจดหมายรักกว่า 86 ฉบับ”

โดย สื่อต่างประเทศเปิดเผยว่า พวกเขาได้พบกันที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในประเทศจีน ในตอนนั้นเธออายุ 25 ปี และตัดสินใจคบหากันหลังรู้จักกัน 1 ปี ทั้งคู่ต้องจากกันคนละประเทศเมื่อ 28 ปี จากนั้นก็กลับมาพบกันอีกครั้งหลังจากที่แยกกัน 55 ปี จนกระทั่งอายุ 83 ปี เธอก็ตัดสินใจแต่งงานกันอย่างเป็นทางการในโบสถ์แห่งหนึ่ง เป็นความรักที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน สำหรับการแต่งงานในวัยที่อายุเกินครึ่งของชีวิต

หลี่ แดนนี่ เป็นลูกครึ่งจีน-ฝรั่งเศส ถูกกำเนิดที่ปักกิ่ง เรียนจบคณะภาษาจีน ทำให้เธอสามารถพูดได้หลากหลายภาษา คือ จีน อังกฤษ ฝรั่งเศส รัสเซีย จนกระทั่งมหาวิทยาลัยมอบเกียรติบัตรให้เป็นครูสอนภาษารัสเซีย และ ณ ที่นั่นเองทำให้เธอได้รู้จักกับ นักศึกษาสาขาวิชาสาธารณสุขชุดแรกของจีน หยวน ตี๋เป่า

ตี๋เป่าจำได้ว่าแดนนี่เป็นครูสอนภาษารัสเซียคนแรกในชีวิต “เธอสวมใส่ชุดประโปรงสีขาว เหมือนนางฟ้าในนวนิยายก็ไม่ปาน นักศึกษาทุกคนมองเธอตาไม่กระพริบ” มีอยู่ครั้งหนึ่งแดนนี่ไปปีนเขาด้วยกัน และเธอก็ร้องเพลงภาษารัสเซียที่มีความหมายแนวสารภาพรัก ในที่สุดพวกเขาก็คบหากัน ความรักเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ไม่มีใครสามารถต้านทานได้ ความรักของวัยหนุ่มสาวนั้น เป็นความรักที่เข้มแข็งและมั่นคง

แต่ทว่าก่อนที่ตี๋เป่าจะเข้าเรียนต่อมหาวิทยาลัย ก็มีแม่สื่อแนะนำผู้หญิงให้เขาแต่งงาน เขาจำต้องแต่งงานทั้งที่ไม่ได้รัก พบกันก็วันที่แต่งงานเลย หลังจากแต่งงานได้ 10 วัน ตี๋เป่าก็ทำใจมีชีวิตอยู่แบบนี้ไม่ได้อีกต่อไป จึงตัดสินใจขอแยกทางและเดินมาไปเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยมในหางโจว

ตอนนั้นเขาสับสนในชีวิตเป็นอย่างมาก เขานำเรื่องราวของตนเองเล่าให้แดนนี่ฟังทั้งหมด เมื่อแดนนี่ทราบเรื่องแล้วก็เลือกที่จะยึดมั่นในคุณธรรมกว่าครึ่งศตวรรษ หลังจากนั้นไม่นานแดนนี่ก็ต้องกลับไปฝรั่งเศส อยู่โสดตลอดมา

แดนนี่บอกว่า “เธอไม่สามารถสร้างความสุขบนความทุกข์ของผู้หญิงอีกคนหนึ่งได้ ดังนั้นแดนนี่ก็ยึดมั่นที่จะเป็นพี่น้องกับตี๋เป่า ติดต่อกันสม่ำเสมอในฐานะนั้นเรื่อยมา ยามใดที่คิดถึงก็จะมองดาวลบนท้องฟ้า ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา หลังจากที่พระอาทิตย์ตกดิน เธอก็จะมานั่งมองดวงดาวบนท้องฟ้า และมักจะมีดาวที่สว่างไสวอยู่ดวงหนึ่งเสมอ”

แค่ใครจะไปคิดเล่าว่า ระยะเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว 55 ปีที่จากกันไปไกล หลังจากนั้นตี๋เป่าก็รําพึงรําพันหาแดนนี่เสมอ เขามักจะตื่นแต่เช้าตอนตี 4 เพื่อมานั่งมองดูดวงดาวบนท้องฟ้าเสมอ แต่เพราะภาระหน้าที่ของการเป็นสามี เขาก็ทะนุถนอมภรรยาที่แต่งงานด้วยดุจของเพชร ครอบครัวของเขาทั้งบ้านยังคงติดต่อกับแดนนี่อยู่เสมอ จนกระทั่งวันหนึ่ง แดนนี่ตัดสินใจตัดขาดการติดต่อจากครอบครัวของตี๋เป่าอย่างสิ้นเชิง

กระทั่ง 16 ปี ผ่านไปภรรยาของตี๋เป่าล้มป่วยและจากโลกนี้ไป และในตอนนั้นเองลูกๆของตี๋เป่าจึงเพิ่งทราบเรื่องราวความรักของตี๋เป่าและแดนนี่

หัวใจที่เงียบสงบของตี๋เป่าก็เริ่มตื่นขึ้นมาอีกครั้ง เขาตัดสินใจที่จะเขียนจดหมายถึงแดนนี่อีกครั้ง “แดนนี่สุดที่รัก ขอพระเจ้าอวยพระพรคุณ มีสุขภาพที่แข็งแรง” หัวใจของตี๋เป่าค่อนข้างเรียบง่ายมาก เขาเขียนแค่ว่า “แดนนี่ผมหวังว่าคุณยังมีชีวิตอยู่ก็พอแล้ว”

ในวันที่ 18 กันยายน ปี ค.ศ. 2010 ตี๋เป่ายืนถือช่อดอกกุหลาบ 55 ดอกรอแดนนี่กลับมาที่สนามบินของเมืองเซี๊ยะเหมิน ลูกๆของตี๋เป่าก็มารอด้วย พร้อมทั้งมีดอกไม้อีกมากมาย ทั้งคู่เมื่อพบหน้ากันก็ไม่ได้พูดอะไรเลยสักคำ กอดกันร้องไห้ด้วยความคิดถึง 55 ปีแห่งการรอคอย พันหมื่นแสนล้านคำที่อยากจะพูดออกมา ตอนนี้พอได้พบหน้ากันคำพูดเหล่านั้นก็หายไปหมด

หลังจากนั้นพวกเขาก็สร้างเรื่องราวแห่งความรักด้วยกันอีกครั้ง เวลาช่างผ่านไปเร็วมาก วันนี้ปี 2010 วันที่พวกเขาได้มาอยู่ด้วยกันอีกครั้ง แดนนี่อายุ 83 ปีแล้ว พวกเขาไม่รีรอเดินทางไปจัดพิธีแต่งงานในโบสถ์แห่งหนึ่งทันที

หลังจากแต่งงานแล้วทั้งคู่ก็มีชีวิตที่หลายคนอิจฉา รักกันเป็นเกลียว แต่เนื่องจากอายุที่มากขึ้น ทำให้หลายสิ่งหลายอย่างแดนนี่เริ่มจำไม่ได้ ความจำเลือนราง แต่สำหรับรักแท้ของเธอนั้น เธอบอกไม่มีวันลืม แม้จะจำใครหลายคนไม่ได้แล้วก็ตาม

พวกเขาเดินจูงมือไปเดินเล่นที่สวนทุกวัน ทุกครั้งที่กินข้าวตี๋เป่าก็ไม่เคยลืมที่จะคีบผักกับข้าวให้เธอเลย จะอยู่เคียงข้างเธอเสมอ

การที่พวกเขาได้มีโอกาสใช้ชีวิตร่วมกันนั้น นับว่าคงไปได้อีกไม่ไกลมากแล้ว หลังจากที่ใช้ชีวิตคู่ด้วยกันมา 7 ปี สุดท้ายตี๋เป่าก็จากไปก่อนในวัย 90 ปี หลังจากที่เขาไปสวรรค์ก่อนแล้ว แดนนี่ก็ยังคงอยู่ที่เดิม แม้จิตใจจะบอบช้ำมากก็ตาม

เรื่องราวความรักของพวกเขานั้น ทำให้ผู้คนทั่วประเทศจีนต่างพากันยกย่องและรู้สึกว่าเป็นความรักที่ยากจะพรรณนาออกมาเป็นคำพูดได้ มันลึกซึ้งมาก พวกเขาใช้ทั้งชีวิตเพื่อรอความรักได้มาพบกันอีกครั้ง

ขอบคุณเรื่องราวจาก lookforward , liekr

Load More Related Articles
Load More By ฮัมซา บิน ลาดิน
Load More In ข่าว
Comments are closed.

Check Also

หนุ่มพลาดท่า บีบสิวผิดจุด เผชิญความทรมาน หามส่ง รพ.ให้หมอช่วยชีวิต

เรียกได้ว่าเป็นภัยใกล้ตัวที่ทุกคนต้องเฝ้าระวังกันให้ดี … …