Home ข่าว ตร.ภาค 8 โดนชาวประมงสุราษฎร์ร้อง ขู่กรรโชก 5 ล้าน เจอเต็ม ๆ 3 ข้อหาหนัก

ตร.ภาค 8 โดนชาวประมงสุราษฎร์ร้อง ขู่กรรโชก 5 ล้าน เจอเต็ม ๆ 3 ข้อหาหนัก

30 second read
ปิดความเห็น บน ตร.ภาค 8 โดนชาวประมงสุราษฎร์ร้อง ขู่กรรโชก 5 ล้าน เจอเต็ม ๆ 3 ข้อหาหนัก
0
2,166

สืบเนื่องจากกรณีที่มีชาวบ้านจำนวนหนึ่ง แห่ปิดล้อมรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นฟอร์จูนเนอร์ หมายเลขทะเบียน กจ 792 สุราษฎร์ธานี ที่บริเวณบ้านบางสำโรง ต.ท่าทองใหม่ อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี นานนับชั่วโมง เหตุไม่พอใจ บุคคลภายในรถ 3 คน ที่อ้างตัวเป็นตำรวจ ซึ่งนายอรุชา บินมูซา อายุ 46 ปี ชาวบ้าน ต.ท่าทองใหม่ เล่าว่า เมื่อวันอังคารกลุ่มคนดังกล่าวได้เข้ามาในพื้นที่แล้วครั้งนึง โดยอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ จะมาจับกุมและเอาตัวไปที่โรงพัก แต่ตนขอให้อดีตกำนันในพื้นที่คุยให้ จนไม่มีการจับกุม และมีการสอบถามว่า จับได้ไหมช้อนหอยได้ไหม อดีตกำนันก็บอกว่าได้ โดยมีตำรวจ 1 คน ที่มาวันนี้อยู่ด้วย แต่วันนี้มากันอีก 3 คน แถมพกปืนมาจี้ตนด้วย ตนก็พยายามบอกว่า หอยที่ได้มาถูกกฎหมาย แต่พวกขาไม่ยอม และบอกว่าถ้าจะคุยกันให้เอาเงินมา 5 ล้านบาท ซึ่งเรื่องนี้ตนมองว่าเป็นการกรรโชกทรัพย์

กระทั่งต่อมา พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงกรณีดังกล่าวว่า สำหรับเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 3 นาย ดังกล่าว เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจสังกัด บก.สส.ภ.8 จริง ซึ่ง พล.ต.ท.จิรวัฒน์ ทิพยจันทร์ ผบช.ภ.8 จะมีคำสั่งให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องทั้ง 3 นาย มาปฏิบัติหน้าที่ยัง ศูนย์ปฏิบัติการกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 (ศปก.ภ.8) พร้อมมีคำสั่งตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องที่เกิดขึ้น โดยหากพบว่ามีปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือ มีการเรียกรับเงินเพื่อให้ไม่ถูกดําเนินคดีตามที่ปรากฏเป็นข่าวจริง ให้ดำเนินการทางวินัยและอาญาอย่างเด็ดขาดด

อ่านข่าว – ย้ายด่วน 3 ตร.ภาค 8 ขู่กรรโชกเรียกเงินชาวบ้าน 5 ล้าน อ้างทำประมงผิดกม.



ล่าสุดที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. กล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินคดีกับตำรวจ สส.ภ.8 เข้าจับกุมชาวประมงพื้นบ้านและเรียกเงินเป็นการแลกเปลี่ยนกับที่ไม่ถูกดําเนินคดี ว่า ได้รับรายงานจาก ภ.จว.สุราษฎร์ธานี ว่าได้ร่วมกันสอบปากคำนายอนุชา บินมูซา ผู้กล่าวหา พร้อมทั้งให้นำชี้ที่เกิดเหตุประกอบคำให้การ และได้ร่วมสอบปากคำพยาน ผู้ที่เกี่ยวข้องไปแล้วหลายปาก ซึ่งจากการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานในเบื้องต้น เห็นว่าการกระทำของเจ้าหน้าที่ทั้ง 3 นาย มีความผิดฐาน

“เป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ ข่มขืนใจหรือจูงใจให้บุคคลใดมอบให้หรือหามาให้ซึ่งทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นแก่ตนเองหรือผู้อื่น ตาม ป.อาญา ม.148, เป็นเจ้าพนักงานเรียก รับ หรือยอมจะรับ ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ ตาม ป.อาญา ม.149 และเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตาม ป.อาญา ม.157”
        
สำหรับการดำเนินการทางวินัย ในส่วนของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ก็มีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่องเช่นกัน ซึ่งได้ทำงานควบคู่กับคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนและคาดว่าจะสามารถรายงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงได้ภายในอาทิตย์หน้า หากพบว่ามีมูล ก็จะมีคำสั่งตั้งกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงและหากมีความผิดชัดแจ้งก็จะดำเนินการพิจารณาลงโทษทางวินัย หรือ มีคำสั่งให้ออกจากราชการ

Load More Related Articles
Load More By ริวซากิ
Load More In ข่าว
Comments are closed.