Home ข่าว 3 ตำรวจสืบภาค 8 เจอ 3 ข้อหาหนัก รีดเงิน 5 ล้าน จากพ่อค้าหอยแครง

3 ตำรวจสืบภาค 8 เจอ 3 ข้อหาหนัก รีดเงิน 5 ล้าน จากพ่อค้าหอยแครง

30 second read
ปิดความเห็น บน 3 ตำรวจสืบภาค 8 เจอ 3 ข้อหาหนัก รีดเงิน 5 ล้าน จากพ่อค้าหอยแครง
0
6,327

กรณีที่ทางเฟซบุ๊คของ ทนายอานนท์ เชื้อสัตตบงกช เผยว่าเมื่อเวลา 17.00 น.วันที่ 20 พ.ค.63 ที่ผ่านมา เกิดเหตุได้มีกลุ่มชาย3 คน ผู้อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ เข้าไปจับกุมชาวประมงพื้นบ้าน ที่กำลังรับซื้อลูกหอยแครงจากชาวประมงที่ลงไปตักลูกหอยแครง บริเวณปากแม่น้ำตาปี

จากนั้นได้ถูกบุคคลที่อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ใช้อาวุธปืนจี้บังคับ แล้วยึดเอาลูกหอยแครง จำนวน 23 กระสอบน้ำหนัก 700 กิโลกรัม มูลค่าประมาณ 5 แสนบาทโดยอ้างว่า เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย และเรียกเงิน 5 ล้านเป็นการแลกเปลี่ยนกับที่ไม่ถูกดำเนินคดี แม้ผู้ถูกจับจะอ้างว่าได้รับอนุญาต แต่กลุ่มคนดังกล่าวไม่ยอม จนได้ถูกชาวบ้านในพื้นที่ชุมชนบ้านสำโรง หมู่ 4 ต.ท่าทองใหม่ อ.กาญจนดิษฐ์กว่า 200 คน ล้อมรถยนต์คันที่คนร้ายใช้ก่อเหตุไว้ และต่อมานายอำเภอได้เข้าไปช่วยเจรจา และจากการตรวจสอบ กลุ่มชายที่อ้างตัวดังกล่าว เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจริง สังกัดกองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 8 และจะได้มีการทำการสอบสวนสาเหตุที่แท้จริงถือว่าหากินกันง่าย กับการทำตามหน้าที่ด้วย ได้เงินใช้ด้วย ใครมีเงินจ่ายก็รอด แค่แกล้งไม่รู้ไม่เห็นปล่อยไป แบบนี้ถือว่าทำการเป็นคนร้ายซะเองนะครับเจ้านาย

มีความผิดฐานเจ้าพนักงานเรียกรับ ตาม ปอ.ม.149 เต็มๆ แต่ยอมรับใจชาวบ้าน ถือว่ากล้ามาก ที่เข้าช่วยเหลือกัน ขนาดตำรวจเขามีปืนยัง.บ่ยั้น! เจอพวกแบบนี้สิน่ากลัว โจรในป่าเรายังรู้ตัวที่จะต่อสู้ แต่ถ้าเป็นโจรในเครื่องแบบนี่สิ ชาวบ้านตายอย่างเดียว ใครเจอแบบนี้อย่าทิ้งกันนะครับ ช่วยกันๆอย่าให้ถูกเอาเปรียบ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 “ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งรัฐ สมาชิกสภาจังหวัด หรือสมาชิกสภาเทศบาล เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต



ล่าสุด พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร. เปิดเผยว่าได้ รับรายงานจาก ภ.จว.สุราษฎร์ธานี คณะพนักงานสืบสวนสอบสวน ในส่วนคดีอาญาที่ พล.ต.ต.ฐากูร เนตรพุกกณะ ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงาน เพื่อให้เป็นไปด้วยความรวดเร็วและเป็นธรรม ได้ร่วมกันสอบปากคำ นายอนุชา บินมูซา ผู้กล่าวหา พร้อมทั้งให้ นายอนุชา นำชี้ที่เกิดเหตุประกอบคำให้การ และ ได้ร่วมสอบปากคำพยาน ผู้ที่เกี่ยวข้องไปแล้วหลายปากซึ่งจากการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานในเบื้องต้น เห็นว่าการกระทำของเจ้าหน้าที่ทั้ง 3 นาย มีความผิดฐาน “เป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ ข่มขืนใจหรือจูงใจให้บุคคลใดมอบให้หรือหามาให้ซึ่งทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นแก่ตนเองหรือผู้อื่น ตาม ป.อาญา ม.148, เป็นเจ้าพนักงานเรียก รับ หรือ ยอมจะรับ ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ ตาม ป.อาญา ม.149 และ เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตาม ป.อาญา ม.157”

สำหรับการดำเนินการทางวินัย ในส่วนของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ก็มีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่องเช่นกัน ซึ่งได้ทำงานควบคู่กับคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนและคาดว่าจะสามารถรายงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงได้ภายในอาทิตย์หน้า หากพบว่ามีมูล ก็จะมีคำสั่งตั้งกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงและหากมีความผิดชัดแจ้งก็จะดำเนินการพิจารณาลงโทษทางวินัย หรือ มีคำสั่งให้ออกจากราชการ

พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวต่ออีกว่า คดีนี้มีความคืบหน้าไปมาก โดยทางคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน ในส่วนของคดีอาญา และ คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ในส่วนของการดำเนินการทางวินัย ได้มีการสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐานไปแล้วหลายปาก ซึ่ง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้กำชับให้เร่งคลี่คลายข้อสงสัย ในทุกประเด็น ด้วยความรวดเร็วและเป็นธรรม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความมั่นใจให้กับประชาชน

Load More Related Articles
Load More By ปารีณา โรมานอฟ
Load More In ข่าว
Comments are closed.

Check Also

รับใช้ประชาชน ตำรวจทางหลวง เข้าช่วยเหลือเด็กป่วยลมชักกำเริบ รีบขับรถพาส่ง รพ.

เป็นเรื่องราวที่ได้ความสนใจบนโลกออนไลน์ เมื่อมีผู้ใช้เฟ … …