Home ข่าว ทีมแพทย์ที่รักษา น้องอมยิ้ม-น้องอิ่มบุญ แฉแม่ปุ๊ก มีพิรุธ มักชอบถ่ายรูปอาการป่วยของน้องไปเปิดรับบริจาค

ทีมแพทย์ที่รักษา น้องอมยิ้ม-น้องอิ่มบุญ แฉแม่ปุ๊ก มีพิรุธ มักชอบถ่ายรูปอาการป่วยของน้องไปเปิดรับบริจาค

30 second read
ปิดความเห็น บน ทีมแพทย์ที่รักษา น้องอมยิ้ม-น้องอิ่มบุญ แฉแม่ปุ๊ก มีพิรุธ มักชอบถ่ายรูปอาการป่วยของน้องไปเปิดรับบริจาค
1
1,778

จากกรณีนายเอ ( นามสมมุติ ) บิดาของ 13 ถ.เทิดราชัน แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ ได้เปิดใจกับสื่อมวลชน หลังจาก นางสาวนิษฐาหรือแม่ปุ๊ก (สงวนนามสกุล) อายุ 29 ปี ถูกจับตามหมายจับของศาลอาญา ที่ 675/2563 ลง 18 พฤษภาคม 2563 ใน ข้อกล่าวหา “รับไว้ซึ่งเด็กโดยมีความมุ่งหมายเพื่อเป็นการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ,พยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน,ทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้นั้นถึงแก่ความตาย,ฉ้อโกงโดยการแสดงตนเป็นคนอื่น, ฉ้อโกงประชาชน”

นายเอ กล่าวว่า เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ กว่า 20 คน ได้มาแสดงหมายจับลูกสาวของตนที่อยู่ที่บ้าน ตอนนั้นทุกคนก็ตกใจกันหมด ว่ามันเกิดอะไรขึ้น ตำรวจมาอ่านหมายจับ จากนั้นก็พาตัวลูกสาวขึ้นไปยัง กองบังคับการปราบปรามทันที ตนจึงได้ขับรถตามไปชี้แจงกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในเรื่องที่ลูกสาวถูกกล่าวหาหา แอบเอาสารพิษ หยอดให้กับหลาน จนมีคนหนึ่งเสียชีวิต และอีกคนหนึ่งป่วยหนัก

ตนอยากชี้แจงเรื่องทั้งหมดว่า ตนก็เพิ่งมาทราบว่า ความจริงแล้ว น้องยิ้มไม่ได้เป็นลูกของ ลูกสาว เพราะลูกบอกว่า ไปรับมาจากบ้านเช่า แต่น้องอิ่มนั้น เป็นลูกแท้ ๆ เพราะว่า ตนเป็นคนไปส่งลูกตอนที่คลอดเอง ส่วนเรื่องน้องยิ้มนั้น ตนไม่ทราบเลยว่าลูกสาวไปรีบเลี้ยงมาจากไหน โดยกรณีของน้องยิ้ม น้องได้เสียชีวิตไป เมื่อช่วงเดือนธันวาคม ปี 62 อาการของน้องนั้นมีความดันสูงมา และต้องใช้ยาที่มีสเตียรอยด์ในการคุมความดันเอาไว้ ทำให้มีค่าใช้จ่ายสูง แต่ว่าอาการของน้องยิ้ม ไม่มีสารเคมีในร่างกาย ส่วนน้องอิ่มมีอาการช่วงเดือนมกราคม 2562 น้องเข้าโรงพยาบาลอยู่บ่อยครั้ง น้องมีอาการป่วยเป็นโรคภูมิแพ้ จากนั้นก็เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ แพทย์บอกว่า เป็นอาการภูมิแพ้ จากนั้น ก็รักษาตัวมาเรื่อย ๆ ไม่ได้ออกจากโรงพยาบาลเลย กระทั่ง ปลายเดือนมกราคม แพทย์บอกว่า น้องอิ่มมีสารเคมี ไม่มีกลิ่น ไม่มีสี ไม่มีรส ปะปนอยู่ในร่างกาย ตนก็ตกใจมาก เพราะว่าที่บ้านก็เลี้ยงดูอย่างดี บ้านไม่ได้ติดกับโรงงานอุตสาหกรรมอะไรเลย เมื่อเราถามต่อว่า สารที่พบคือสารอะไร ทางแพทย์ก็ไม่ตอบอะไรเลย จนถึงกระทั่งตอนนี้ ลูกสาวก็ถูกหมายจับ



สำหรับผม ผมคิดว่ามันไม่แฟร์เลย เพราะตนเชื่อว่าลูกสาวไม่ได้ทำ ไม่เข้าใจว่าจะทำแบบนั้นไม่ทำไม ถ้าหากทำเพื่อจะเอาเงินบริจาค ก็ไม่รู้จะเอาไปทำไม ในเมื่อเอามาแล้ว ก็ต้องมานั่งรักษาหลานของตัวเอง ผมรู้สึกว่ามันไม่คุ้ม และอีกอย่าง ผมคิดว่า ผลที่ออกมา น่าจะเกิดจากความผิดพลาดของแพทย์ที่โรงพยาบาล เพราะว่า ผมเลี้ยงหลานมาแบบปกติเลย “

“ ผมคาใจกับทางแพทย์มาก ทั้งที่เราไม่เคยคุย ไม่เคยรู้จักอะไรเลย แต่บอกว่า ลูกสาวเป็นผู้ป่วยโรคจิต วางยาลูก เอาเงินบริจาค แต่ลูกสาวเองก็ไม่เคยมารักษาอาการทางจิตเลย ผมเหมือนรู้สึกว่าลูกสาวถูกปรักปรำ ผมรู้สึกว่าเรื่องนี้ มันรุนแรงกับครอบครัวของเรามาก ผมรับไม่ได้ และตัวขอลูกสาวเอง ก็ให้ปากคำกับตำรวจหนักแน่น ว่าไม่ได้เป็นคนทำ ตอนที่หมอแจ้งนั้น เขาก็ไม่ได้บอกเลยว่าท่าทีจะเป็นยังไง รู้แค่ว่า เขาบอกเราว่า น้องมีสารพิษในร่างกาย และลักษณะของการบอกก็เหมือนสงสัยแล้ว ว่าลูกสาวผมเป็นคนทำ “

ล่าสุด รายการข่าวเด็นเย็นเสาร์-อาทิตย์ทางช่อง 3 รายงานว่า ทีมแพทย์โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ เฉลิมพระเกียรติ ที่รักษาน้องทั้ง 2 คน เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังไม่ชัดเจนว่าเด็กทั้งสองคน ใครเป็นลูกที่แท้จริงของแม่ปุ๊ก เพราะหลังจากที่น้องอมยิ้ม เสียชีวิต ก็เอาเด็กอีกคนมาเลี้ยง แต่เชื่อว่าน้องอมยิ้ม น่าจะเป็นลูกที่แท้จริง แต่ต้องรอผลตรวจดีเอ็นเอ.ที่ชัดเจน ลักษณะอาการป่วยของน้องอิ่มบุญ ที่แพทย์เริ่มสงสัยว่าไม่ใช่ภาวะติดเชื้อทั่วไป เพราะเป็นแผลไหม้ในช่องปาก ลงไปในหลอดอาหาร แต่อวัยวะส่วนอื่นปกติ คล้ายกับได้รับสารเคมีจำพวกกรด หรือด่าง เมื่อรักษาจนเด็กอาการดีขึ้น และย้ายออกจากไอซียู. แต่ยังอยู่โรงพยาบาลมีแม่ปุ๊กดูแล

หลังจากนั้นไม่กี่วัน เด็กกลับมามีอาการอีก ต้องเข้าไอซียู.อีกรอบ ทีมแพทย์เริ่มเห็นความผิดปกติ และเป็นช่วงที่แม่ปุ๊ก มักชอบถ่ายรูปอาการป่วยของเด็กโพสโซเชียลรับบริจาคเงิน ช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาล อ้างว่าลูกป่วยเป็นโรคที่ต้องใช้เงินจำนวนมาก ทางคณะแพทย์จึงประสานตำรวจ และกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พร้อมทีมสหวิชาชีพ เข้ามาร่วมประเมิน ว่าเด็กน่าจะโดนทำร้าย จึงเป็นที่มาของการตรวจสอบกรณีนี้

สาเหตุที่ทีมแพทย์ตัดสินใจให้เด็กอยู่ที่โรงพยาบาลตั้งแต่เข้ารับการรักษา เพราะเกรงว่าหากกลับไปอยู่บ้าน ก็จะไม่ปลอดภัย เนื่องจากแม่ปุ๊ก พยายามทำให้เด็กป่วยอยู่ตลอดเวลา อีกทั้งทีมแพทย์ได้เคยแจ้งเตือนเรื่องการโพสต์รูปเด็กเพื่อรับบริจาคว่าไม่เหมาะสม เพราะเด็กได้รับการรักษาตามสิทธิอยู่แล้ว โดยทีมแพทย์ เตรียมจะแถลงข่าวชี้แจงเรื่องนี้ด้วย

Load More Related Articles
Load More By ปารีณา โรมานอฟ
Load More In ข่าว
Comments are closed.

Check Also

แอนนี่ บรู๊ค สุดภูมิใจ น้องฑีฆายุ ไม่อายทำกิน ช่วยแม่ขายพริกทอดหาเงินไปโรงเรียน

ต้องบอกว่าเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวสู้ชีวิตอีกคนหนึ่งในวงก … …