Home ข่าว แสงสุรีย์ น้ำตาซึม ซึ้งน้ำใจ บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ หลังพามารักษาตาข้างขวาที่มองไม่เห็น

แสงสุรีย์ น้ำตาซึม ซึ้งน้ำใจ บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ หลังพามารักษาตาข้างขวาที่มองไม่เห็น

34 second read
ปิดความเห็น บน แสงสุรีย์ น้ำตาซึม ซึ้งน้ำใจ บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ หลังพามารักษาตาข้างขวาที่มองไม่เห็น
2
11,707

จากกรณีของ บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ และ ไทด์ เอกพันธ์ บรรลือฤทธิ์ สองพี่น้องฝาแฝด ที่ได้ลงพื้นที่แจกเงินให้กับชาวบ้านตามชุมชน หลังได้รับผลกระทบจากโควิด-19

แสงสุรีย์ น้ำตาซึม ซึ้งน้ำใจ บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ หลังพามารักษาตาข้างขวาที่มองไม่เห็น

และได้พบเจอกับอดีตนักร้องชื่อดัง แสง สุรีย์ รุ่งโรจน์ ทันทีที่ทางด้าน บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ และเอกพันธ์ บรรลือฤทธิ์ เห็นก็ได้เข้าไปทักทายและร่วมร้องเพลงอย่างคึกครื้น พร้อมกับนำเงินจำนวน 10000 บาท ให้ใช้ดำรงชีวิต ทำเอาทางด้านนักร้องดัง แสง สุรีย์ รุ่งโรจน์ น้ำตาคลอเบ้าเลยทีเดียว

ทั้งนี้ล่าสุด บิณฑ์ ได้พา แสงสุรีย์ มาพบทีมแพทย์ ที่โรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ หลังจากที่ทางโรงพยาบาลขอให้ช่วยประสานอดีตนักร้องดังมาเข้ารับการรักษาอาการเลนส์ตาหลุด



บิณฑ์ : “วันนี้ได้พาพี่แสงสุรีย์มาพบคุณหมอ ก็ถือว่าเป็นอะไรที่ดีมากๆ เลยนะครับ เพราะว่าผมเองก็คิดว่าจะไปวัดไร่ขิง เพราะว่าปกติแล้วที่บ้าน คุณแม่ก็เคยไปรักษาเรื่องสายตาอยู่ที่นั่นแล้วก็โอเค

แต่โรงพยาบาลพริ้นซ์เนี่ยมีวัตถุประสงค์คืออยากจะช่วยเหลือพี่แสงสุรีย์ รุ่งโรจน์ อยากจะรักษาให้ฟรี บอกคุณบิณฑ์พามาเลยนะครับ ไม่ต้องอะไรเลย ผมจัดการให่หมดทุกสิ่งทุกอย่าง ค่ารักษาจะเท่าไหร่ก็แล้วแต่ โรงพยาบาลจัดการให้หมด”

“ผมรู้สึกซาบซึ้งมากเลยให้ลูกน้องโทร.ไปบอกพี่แสงสุรีย์ว่าเตรียมตัวเลยนะครับเพราะทางโรงพยาบาลเขาจะรักษาให้ฟรีเขาก็ดีใจ เลยนัดมาวันนี้นะครับ แล้วก็คิดว่าอีกไม่เกิน 2-3 อาทิตย์ทุกอย่างก็จะเรียบร้อย แล้วก็จะกลับไปเป็นนักร้องที่โด่งดังเหมือนเดิม แต่งเพลงไปแล้ว 1 เพลงด้วย ยังไงทั้งนี้ทั้งนั้นก็อยู่ที่พี่เขาด้วย เพราะห้องพี่เขา ผมเข้าไปพระเต็มเลย เขาเป็นคนธรรมะธรรมโมเหมือนกัน”

แสงสุรีย์ : “ไม่รู้ครับคือผมมัวแต่ไปอยู่บ้านนอกแล้วผมมาพอดีไม่รู้เป็นดวงผมหรือว่าวาสนาผมไม่รู้มารู้ตอนที่เขาไปแจกผู้ตกทุกข์ได้ยากในซอยผมก็เลยโผล่ออกมาที่หน้าบ้านครับไปยืนรอที่เขาจะผ่านไปเขาเห็นผมแต่เขาก็ยังไม่รู้จักผม

ผมก็เลยถามว่าจำผมได้ไหมผมก็สวัสดีครับเจ้านาย เขาก็เหมือนจำไม่ได้ เพราะเราปิดหน้า แล้วเราก็เอาหน้าออก แล้วก็ร้องเพลงให้เขาฟัง เขาก็เลยรู้ ร้องกันใหญ่เลยทีนี้ ก็สนุกกัน ร้องเพลงรักสาวเสื้อลาย (ร้องเพลง) แต่เขาร้องดีกว่าผมอีก”

บิณฑ์ : “เป็นเพลงที่เมื่อก่อนผมไปโชว์ตัวที่ไหนก็แล้วแต่ เพลงรักสาวเสื้อลายผมจะร้องประจำ เอาเสียงเพลงเสียงร้องของพี่แสงสุรีย์ไปใช้มาตลอดหลาย 10 ปี จนกระทั่งวันหนึ่งได้เจอพี่เขาผมต้องตอบแทนบุญคุณวันนั้นผมได้เจอแล้วก็คิดในใจว่าผมจะต้องดูแลพี่เขาต้องช่วยเหลือเขา

จนกระทั่งวันนี้พามารักษาดวงตา ส่วนเรื่องความเป็นอยู่นั้น เดี๋ยวอนาคตข้างหน้าผมจะดูว่าต้องยังไงบ้าง เพราะบ้านเขาเห็นบอกว่าเจ้าของบ้านยกให้แล้ว เราจะเข้าไปปรับปรุง เราจะเข้าไปทำให้ดีขึ้น เอาให้สมกับว่านี่คือนักร้อง เคยได้เสียงทองคำไหม”

แสงสุรีย์ : “เคยได้รับโล่ทองคำจากองค์สมเด็จพระเทพฯ ที่ท่านเสด็จไปชมด้วยตัวเอง ในลูกทุ่งกึ่งศตวรรษ เป็นศิลปินลูกทุ่งยอดนิยม”

บิณฑ์ : “เพราะฉะนั้นเราต้องเอาความเป็นอยู่ของเขาให้ดี ทั้งเรื่องห้องนอน ห้องน้ำ ห้องรับแขก เดี๋ยวไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวเราจะเข้าไปดู แล้วอีก 2-3 เดือนข้างหน้ามันจะเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง”

แสงสุรีย์ : “ตอนแรกก็ไปร้องเพลงอยู่ดีๆนี่แหละครับที่พะเยาทีนี้ปลายเดือนกุมภาพันธ์โรคโควิด-19 กำลังมาเราก็ว่าตาทำไมมันเป็นอย่างนี้อะไรเข้าตาหรือว่าเกลือเข้าตาทำไมมันแสบมันพร่ามัวมองอะไรไม่เห็น ทีนี้ก็เริ่มมองไม่เห็นเลย ตัวหนังสือที่เขาเขียนขึ้นไปบนเวทีคือไม่เห็นเลยครับ ไม่เห็นจริงๆ ข้างขวานะ เพิ่งเป็นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมานี้ ที่ว่าเลนส์ตามันหลุด มาด้ายโผล่มาที่คุณหมอบอก”

แสงสุรีย์ : “ตอนที่มองไม่เห็นแล้ว ก็ไปตรวจที่โรงพยาบาลมหาชัยก่อนที่จะพบกับบิณฑ์ ที่ไปที่บ้าน หมอบอกว่าเลนส์ตามันหลุด เห็นด้ายโผล่มา เขาก็ให้ผมหาประวัติที่เคยไปรักษาที่วัดไร่ขิง ทีนี้มาเจอบิณฑ์ก่อน ก็เลยยังไม่ได้ไป เลยมาที่นี่เลย”

แสงสุรีย์ : “ก็หงุดหงิดครับเดินไปไหนมันก็สะดุดพอดีก็ไปร้องเพลงไม่ได้โควิดมันลงไง พอดีเลยก็เลยหยุดยาว ปกติไม่มีโควิดก็จะร้องเพลงตามงานวัด ได้ 5-6 พัน บางทีก็หมื่นนึงแล้วแต่ไกลใกล้”

แสงสุรีย์ : “คิดว่าจะต้องสร้างชีวิตใหม่ให้ผมแน่นอน ต้องเห็นแน่นอน เพราะคุณหมอบอกไว้แล้ว จะได้กลับมามองเห็นอีกครั้งก็ดีใจครับ มันภาคภูมิใจ ดีใจมากเลย เพราะว่าถ้าเรามองเห็น อะไรๆ มันก็จะสะดวกขึ้นครับ จะไม่ลำบากคนอื่นอีก”

แสงสุรีย์ : “ก็อยากบอกเจ้านายทั้งสองคนนะครับ ที่ช่วยเหลือผมในครั้งนี้ ก็เหมือนได้มอบชีวิตใหม่ให้ผมอีกครั้งหนึ่ง ให้ผมได้มองเห็น”

แสงสุรีย์ : “เบาหวานผมไม่ค่อยแรงเท่าไหร่ มีแค่เบาหวาน”

บิณฑ์ : “ก็เป็นอะไรที่ผมอยากจะตอบแทนบุญคุณด้วยที่เอาเพลงเขาไปร้อง เอาเงินมากินไม่รู้กี่ล้านแล้ว ได้เจอพี่แสงสุรีย์ครั้งหนึ่งเมื่อ 2 ปีที่แล้ว นึกถึงคนแรกเลย แสงสุรีย์ รุ่งโรจน์ วันเกิดผม 27 พฤษภาคมจะถึงอยู่วัน 2 วันนี้แล้วผมติดต่อแสงสุรีย์รุ่งโรจน์มาร้องเพลงให้ผมฟังครับ 2 ปีที่แล้วพี่เขามาแบบหล่อมาเลยครับใส่สูทมานึกในใจพี่เขานี่มีฐานะแต่งตัวดีมากร้องเพลงอยู่ 3 เพลงผมดีใจมากวันนั้นศิลปินลูกทุ่งทั้งหมดเลยที่ผมชื่นชอบมาประมาณ 10 กว่าคนคือผมอยากจะให้กลับมาร้องเพลงอยากจะมอบสินน้ำใจให้กับพี่ๆเขาถ้ามีโอกาสจะจัดงานหรืออะไรก็แล้วแต่

นักร้องพวกนี้ยังมีคุณภาพอยู่ ยังอยากที่จะร้องเพลงอยู่ แต่ไม่มีใครที่จะจ้าง ไม่มีใครให้ไปร้องเพลง เอาพวกเขากลับมาครับ เขาจะได้มีฐานะความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น จะได้เป็นขวัญใจของพี่น้องประชาชน ผมว่าอายุ 40 ขึ้นไปรู้จักหมด แสงสุรีย์ รุ่งโรจน์ เจ้าของเสียงเพลงรักสาวเสื้อลาย”

แสงสุรีย์ : “ครับ เป็นการขอบคุณด้วย ตั้งใจแต่งขอบคุณทุกคน แต่เนื้อหาก็เกี่ยวกับผมด้วย ช่วงที่ผมได้ตกทุกข์ได้ยาก ช่วงที่ไปร้องเพลงไม่ได้ เพราะว่าสายตาแล้วก็พอดีกับโควิด-19 ด้วย ไปร้องเพลงไม่ได้ก็ไม่มีรายได้ ก็เลยแต่งเพลงนี้ขึ้นมา โดยที่ผู้ประพันธ์ช่วยกันสนับสนุน อยากให้ผมได้มีตังค์ ถ้ากดไลก์กันเยอะๆ ผมก็จะได้บ้างก็ยังดีครับ

(ร้องเพลง แสงสุรีย์ รุ่งโรจน์ คนโปรดคุณผู้ฟัง ร้องเพลงโด่งดัง ยังไม่มีรถขี่ หลายปีที่ผ่านมา หิ้วกระเป๋าจนเอือมระอา ใส่เสื้อลายเต๊ะท่า ขึ้นรถเมล์ประจำ เช่าบ้านหลังนี้อยู่มานาน ทรุดโทรมตามกาล ใครสงสารผมบ้าง น้องนางก็จากกัน พบบิณฑ์ เอกพันธ์ บรรลือฤทธิ์ มาช่วยชีวิตตอนที่ผมตกต่ำระกำมากกว่าใคร)”

นอกจากความช่วยเหลือจากบิณฑ์แล้ว มีคนติดต่อเข้ามาช่วยเหลือบ้าง แต่ตนไม่ได้เปิดรับบริจาคอะไร และไม่เปิดบัญชีด้วย เพราะคนจะมองว่าสร้างภาพ

แสงสุรีย์ : “มีบ้างครับ แต่ผมไม่รับบริจาคอะไรเลย ไม่เปิดบัญชีอะไรเลย มีคนบอกว่าทำไมไม่เปิด คนจะหาว่าเราสร้างภาพเกินไปครับ”

ฝากถึงบางคนที่ไม่เชื่อว่าเป็นนักร้องตกอับจริงๆ เพราะเมื่อก่อนก็รุ่งโรจน์มาก ว่าอยากให้ดูดีๆ ตนไม่ได้สร้างภาพจน แต่มันเป็นเรื่องจริง

แสงสุรีย์ : “ก็มันมีชื่อเสียงตอนนั้น พวกที่ทำแผ่นเสียงก็ยังอยู่ แต่พอเขาตายหมดแล้วผมก็ไม่มีคนทำ (ตอนนี้คนก็จ้องโจมตีเราอยู่?) ตอนนี้ถ้าผมเปิดบัญชีบริจาคมีแน่นอนครับ เขาพูดมาเลยว่าอย่าสร้างกระแสเราก็เลยไม่เปิดหรอกครับเพราะเขาพูดมาแล้วในเน็ตเยอะที่พูดอย่างนี้ก็มีส่วนน้อยแต่พูดว่าน่าสงสารมีเยอะมากกว่าเราก็ไม่น้อยใจหรอกครับเขาไม่เข้าใจเขาไม่รู้ว่าผมยากจนจริงๆเงินที่ได้เมื่อก่อนมันก็ใช้หมดไป มันหลายปีแล้ว เราเป็นนักร้องเก่าแล้ว ก็อยากจะบอกคนที่คิดแบบนี้ว่ามองดูดีๆ ผมไม่ได้สร้างภาพครับ ที่เห็นในบ้านผมมันเป็นเรื่องจริงครับ”

จากเคสของแสงสุรีย์แล้ว ยังไม่มีเคสนักร้องคนอื่นมาขอความช่วยเหลืออีก บิณฑ์ กล่าวว่า

บิณฑ์ : “ตอนนี้ยังครับ แต่ผมว่าข่าวของพี่แสงสุรีย์ออกไป น่าจะก้าวกันออกมา”

แสงสุรีย์ : “มีอีกครับ มีเยอะเลย แต่ผมไม่บอกชื่อ เป็นแบบผม หรือด้อยไปกว่าผมก็มีเยอะครับ แต่เขาไม่กล้าแสดงตัวเลย เพราะว่าเขาอายหรือเปล่าก็ไม่รู้ เพราะเขาเคยดังมาก่อน”

บิณฑ์ : “ผมถึงบอกว่าสิ่งหนึ่งมี่เขาไม่กล้าออกมาเปิดเผยกับสังคม เพราะว่าเขาเป็นนักร้องที่โด่งดังมากสมัยก่อน อย่างพี่แสงสุรีย์ ใครจะคิดว่าจะอยู่อย่างนี้ เคยมีเงินร้องเพลงวันละ 5 พัน วันละหมื่น ตอนนี้ 2 เดือนผ่านมามันไม่มีเพลงที่จะไปร้องที่ไหน ไม่มีใครที่จะให้ร้อง มันก็หมดสิครับ เพราะฉะนั้นนักร้องเก่าๆ หรือคนที่อยู่ในสภาพแบบนี้ บอกผมเถอะครับ ผมจะเก็บไว้เป็นความลับ”

หลังจากนี้จะช่วยเหลือต่อไป ทั้งเรื่องเงินและปรับปรุงบ้าน

บิณฑ์ : “ผมก็จะช่วยเหลือหมดแหละครับไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่อยู่ค่าเช่าบ้านหรือจะเป็นเรื่องเงินในการช่วยเหลือเบื้องต้นผมก็ยินดีที่จะช่วยอย่างวันนั้นที่ผมไปถ้าผมไปเจอโดยต่างหากนะถ้าผมรู้ไอ้เงินหมื่นนึงผมไม่ได้ให้พี่เขาหรอกผมจะให้มากกว่านั้นแต่ถ้าโควิดผมจะให้ครอบครัวละ 500 บาทแต่ไปเจอพี่เขามันก็ต้องมากกว่าพิเศษกว่า เพราะคือขวัญใจของผม หลังจากนี้ก็จะช่วยเหลือเพิ่มแน่นอน แต่ต้องดูว่าบ้านของพี่เขาจะทำอะไรได้บ้าง ก็คงจะไปช่วยปรับปรุงเรื่องบ้านก่อน ปรับปรุงบ้านก็ต้องก้อนโตอยู่แล้ว อย่างน้อยก็เป็นแสนอยู่แล้ว”

แสงสุรีย์ : “ตอนนี้เงินหมื่นก็ยังเหลืออยู่นิดหน่อยครับ”

Load More Related Articles
Load More By สะระแหน่
Load More In ข่าว
Comments are closed.

Check Also

บิณฑ์ – ไทด์ สองพี่น้องเทวดาเดินดิน บุกช่วยเหลือสองแม่ลูกหัวใจนักสู้ หลังโชคชะตาเล่นตลกให้พบเจอแต่ความลำบาก

เมื่อวันที่ 18 ก.ค. 63 ที่ผ่านมาเพจ บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ไ … …