Home ข่าว พี่สาว รปภ. สวนเดือดกลางรายการ หลังลูกสาวป้าขับวิน บอก ไม่ได้รุม

พี่สาว รปภ. สวนเดือดกลางรายการ หลังลูกสาวป้าขับวิน บอก ไม่ได้รุม

30 second read
ปิดความเห็น บน พี่สาว รปภ. สวนเดือดกลางรายการ หลังลูกสาวป้าขับวิน บอก ไม่ได้รุม
7
8,527

รายการโหนกระแสวันที่ 21 พ.ค. “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” ในฐานะผู้ดำเนินรายการ ผลิตในนามบริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 12.20 น. ทางช่อง 3 กดเลข 33 ได้สัมภาษณ์ “แหม่ม คมคาย” ลูกสาวป้าขับวินผู้ก่อเหตุที่มาเปิดใจในรายการ พร้อม “ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร”

พี่แหม่มเป็นลูกคุณป้าพะเยา คุณป้าพะเยาอายุเท่าไหร่?
แหม่ม : “67 ปีค่ะ พ่อแม่ทำอาชีพขี่วินมอเตอร์ไซค์ เราก็อยู่วินเดียวกัน”

เหตุเกิดอะไรขึ้น?
แหม่ม : “เกิดอุบัติเหตุในซอย เกิดจากพ่อเข้าไปส่งผู้โดยสารในซอย เขาเกิดอุบัติเหตุก็รอประกัน ไปเฉี่ยวชนรถเก๋งล้ม ทีแรกไม่รู้ว่ามีผู้โดยสาร เข้าไปดูแล้วรอบนึง ระหว่างรอประกันมา ก็บอกว่าไม่เป็นไรใช่มั้ย งั้นเดี๋ยวไปวิ่งรถต่อ ทีนี้น้องผู้โดยสารเขาอยู่บริษัทเดียวกับแฟนพี่ ก็โทรไปบอกแฟนว่าโดนวินทิ้ง รถล้มอยู่ข้างนอก”



อยู่ดีๆ แม่มาเกี่ยวอะไร?
แหม่ม : “พ่อโทรให้แม่ไปเอาสำเนารถมาให้หน่อย เพราะประกันจะเอาสำเนารถคันนี้ พ่อไม่ได้พกพา”

พ่อต้องใช้เอกสารในการเคลียร์กับประกัน เลยใช้แม่ซึ่งอยู่ที่บ้านเอาเอกสารออกมา หลังจากนั้น?
แหม่ม : “เราก็เข้าไปหาอีก แล้วถามว่าพ่อประกันมาหรือยัง อย่าลืมบอกด้วยนะว่าผู้โดยสารเจ็บ กุญแจรถมันหัก บอกพ่อเท่านั้นแล้วจะออกไปแล้ว พอดีแม่มาพอดี พอกุญแจหักปุ๊บ ประกันก็รอเอกสาร สักพักคุณแม่ก็เอาเอกสารมาให้ แล้วอยู่ๆ รปภ.ก็ใช้คำพูดที่ไม่ดี เขาตะคอกใส่เรา เราก็บอกว่าเดี๋ยวก็ไปแล้ว เพราะไม่มีตังค์จ่าย เดี๋ยวประกันเขาไม่รู้”

ตรงนั้นเป็นลานจอดรถ?
แหม่ม : “มันเป็นซอย อยู่นอกลานจอดรถ”

ขวางทางเข้ามั้ย?
แหม่ม : “ไม่ขวางค่ะ เพราะรถอยู่ทางออก ตอนเช้ายังไม่มีรถออก มีแต่รถเข้า ป้อมรปภ. อยู่ตรงกลางเลย”

พอเสร็จแล้วยังไง?
แหม่ม : “เขามาไล่ แล้วมันคนละเลนกัน ตอนเช้าไม่มีรถออก มีแต่รถพนักงานมาจอด แม่ก็เป็นคนพูดไม่เพราะ เป็นคนบ้านนอก บอกว่ากูเอาเอกสารให้เขาแป๊บเดียว เดี๋ยวกูก็ไปแล้ว แล้วเขาก็ไม่ยอม รปภ.บอกว่าที่ของกู ใครจอดก็ไม่ได้ แม่ก็บอกว่าจะไปแล้ว แป๊บเดียวเอง ไม่ทันไร เขาก็เดินเข้ามาท้าทาย และดันอกแม่ แม่ก็บอกว่ามึงจะทำอะไรกู เขาก็ผลักออก แล้วมันก็ไม่ยอม แม่ก็ไปเอาหมวกกันน็อก”

แม่ผลักเขาก่อนมั้ย?
แหม่ม : “แต่ตอนเขาดันมันไม่มี”

จะบอกว่ารปภ.ดันแม่พี่ก่อน?
แหม่ม : “เขาเดินเอาหน้าอกชน แม่ก็ผลักออก แต่กล้องมันออกมาแค่นี้ หลังจากนั้นแม่ก็เดินไปเอาหมวกกันน็อก”

หมวกกันน็อกอยู่ในมือแม่อยู่แล้ว?
แหม่ม : “อ๋อ เหรอ ก็เดินกลับไป ก็น่าจะจบตรงนั้นแล้ว”

รณณรงค์ : “เหมือนเราเดินไปต่อยเขาเลย”

แหม่ม : “ใช่ เราทุบเพื่อให้เขาหยุด พี่ก็บอกว่าอย่าทำๆ เป็นพนักงานนะ อย่าทำ ตอนนั้นเราโดนกันไปข้างนอก เพราะดูเด็กอีกคน”

เขาวิ่งไปหยิบอะไร?
แหม่ม : “ไม้ค่ะ แม่เขาเห็นอยู่แล้วว่าไม้อยู่ตรงนั้น”

รปภ.เดินเอาหน้าอกไปชน แม่ผลักออก แม่เดินวนกลับไป หลังจากนั้นมีการชกต่อยกัน พี่ก็พยายามต่อยเขาเหมือนกัน?
แหม่ม : “เพื่อให้เขาหยุด เขาบอกว่ามึงอย่าคิดว่ามึงมีเด็กแล้วกูไม่กล้าทำมึงนะ แล้วโดนหลานพี่ รปภ.เป็นคนพูด แล้วก็มีคนในตลาดมาดึงพี่ออก หลังจากนั้นพี่ก็ไม่ได้มองแม่แล้ว เพราะมีเด็กอีกคนที่แม่กระเตงมาด้วย ทีนี้เขาให้แจ้งความ พี่มัวแต่โทรศัพท์ไม่ได้หันมาดูว่าเขาโดนตอนไหน”

ในข่าวบอกว่าครั้งแรกเลยรปภ.ไปหยิบไม้หน้าสามมาตีพวกพี่จริงๆมั้ย?
แหม่ม : “ไม่ ช็อตนี้เขาไปหยิบมา เพราะไม้อยู่ตรงนั้นอยู่แล้ว พวกพี่เห็นอยู่แล้ว”

แล้วอยู่ดีๆ แม่ไปแทงเขาทำไม?
แหม่ม : “อันนี้พี่ไม่ทราบ ตอนแทงพี่ไม่เห็น พี่มาเห็นในคลิป”

ตามข่าวเหมือนแม่พยายามบอกว่ารปภ.เอาไม้ไปตีพ่อ แล้วตีแม่ แม่เลยวิ่งไปหยิบมีดออกมา?
แหม่ม : “ไม่รู้ไปหยิบมีดตอนไหน”

พกติดตัวหรือเปล่า?
แหม่ม: “เปล่า มีดอยู่ใต้เบาะ เขาเตรียมมาเพราะลูกค้าให้กระท้อนมา เขาจะไปปอกกระท้อนกิน เขาก็เลยเอามา”

เป็นมีดอะไร?
แหม่ม : “มีดซื้อจากร้าน 20 กระท้อนอยู่ที่วิน ไม่ได้อยู่ด้วยในที่เกิดเหตุ”

รณณรงค์ : “ไม่เห็นจังหวะเปิดเบาะรถเลยนะ”

แหม่ม : “ภาพมันไม่ครบ”

เคยรู้จักรปภ.มั้ย?
แหม่ม : “ไม่ ไม่เคยมาจอดตรงนี้ เคยแต่จอดหน้าตึก ไม่เคยเจอกันมาก่อน”
ลั่นทุบให้หยุด กลัวพ่อแม่ตายเหมือนกัน

ที่บ้านเป็นไง?
แหม่ม : “พ่อก็ซึมเศร้าแหละ แม่ก็เครียด เขาไม่มีเจตนาให้ถึงตาย เราสู้เขาแต่สู้ไม่ได้ เขาแรงเยอะมาก พ่ออายุ 77 แม่ 67 แม่ก็เสาหลักในบ้าน หาเงินได้เยอะกว่า เฉพาะกลุ่มบ้านแม่มีทั้งหมด 7 คนที่อยู่ในห้องเดียวกัน ห้องที่อยู่ข้างบนอยู่กัน 4 คน หลานแยกไปอีกสองห้อง รวมทั้งหมด 12 คน”

เอาแบบตรงไปตรงมา แม่ไปด่าเขาก่อนมั้ย?
แหม่ม : “ไม่ พี่ก็อยู่ตรงนั้น พวกพี่โดนว่าก่อน เขาบอกมาจอดตรงนี้ไม่ได้ เราบอกว่าไมได้ขวางทางเข้านะ แป๊บเดียวก็จะไปแล้ว เขาก็ไม่ยอม”

อะไรเป็นตัวจุดชนวนให้รปภ.เอาอกไปชนแม่?
แหม่ม : “แม่เขาบอกว่ามึงไม่เห็นเหรอไง ว่ารถกูมีเรื่องอยู่ เกิดอุบัติเหตุ รอแป๊บนึง เดี๋ยวก็ไปแล้ว เอาเอกสารมาให้แป๊บเดียว”

ผู้หญิงที่เป็นเจ้าของรถ เขามาให้ข่าวว่าแม่ไปจอดขวางจริงๆ?
แหม่ม : “ไม่ได้ขวาง ตั้งแต่เกิดเรื่องก็อยู่ตรงนั้นเลย ไม่ได้ขวาง รถจอด 3 คันเรียงตรงนั้นเลย รถพ่ออยู่ตรงกลาง”

รณณรงค์ : “ที่เราเข้าใจรถจอดขวางคือยังไง”

แหม่ม : “ขวางรถเข้าออกไม่ได้ อันนี้รถเข้าออกได้ไม่เรียกว่าขวางค่ะ”

รณณรงค์ : “อันนี้ที่เขาเข้าใจ แต่ในมุมผม มันขวาง เอาภาพมาเปิดดูก็ได้ มีตัวรถมอเตอร์ไซค์ขวางทางเข้าออกให้เข้าออกไม่ได้เต็ม 100 เหมือนเดิม เข้าได้ไม่เถียง แต่จอดตำแหน่งนี้ แบบนี้ถือว่าขวางเพราะทางเข้าออกเขา ถ้ากระเถิบมาอีกหน่อยก็ไม่ขวางแล้ว แต่เห็นว่ามันกินมาสักหน่อยแค่นั้นเอง ขวางแต่ไม่เต็มลำ”

แหม่ม : “พี่ก็บอกเขาแล้วว่าจะไปแล้ว แต่มีการตอบโต้กันก่อน มันก็เลยพัวพัน ออกไปไม่ได้

แม่ประกันเท่าไหร่?
แหม่ม : “ยังไม่ทราบค่ะ ตอนนี้แม่อยู่ที่ศาล”

อยู่ในสายกับคุณเอ เป็นญาติรปภ. ผู้เสียชีวิต เป็นพี่ของรปภ.?
เอ : “ใช่ค่ะ”

ครอบครัวเป็นยังไงบ้าง?
เอ : “อยู่ในอาการโศกเศร้าค่ะ แม่กำลังเดินทางเอาศพน้องกลับไปจ.ตากค่ะ”

เห็นคุณเอให้สัมภาษณ์ว่าทางผู้เสียชีวิตเป็นคนเงียบขรึม ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร?
เอ : “ใช่ จริงๆ น้องสมาธิสั้น แล้วการที่หนูพูดว่าสติไม่ดี คือเราพูดตามความเคยชินของเรา แต่มีบางสำนักมาถามหาใบจิตเวช มาถามหายาที่น้องกิน เราก็รู้สึกว่าเฮ้ย มันรุนแรงขนาดนันเลยเหรอ มันไม่ใช่ น้องไม่ต้องรับการรักษาขนาดนั้น น้องไม่ได้เป็นขนาดนั้น ภาษาทางการคือน้องสมาธิสั้น”

ตอนแรกที่ข่าวออกมา คือมีสำนักข่าวรายงานว่าน้องเราสติไม่ดี?
เอ : “ใช่ ซึ่งจริงๆ ไม่ใช่อย่างนั้น ความหมายคือน้องสมาธิสั้น การที่พี่พูดอย่างนั้นแล้วพวกสื่อไปตีความว่าน้องรักษาพวกจิตเวช ต้องกินยา มีใบอะไรมันไม่ใช่”

ตอนนี้ทางลูกสาวของป้าพะเยา คนก่อเรื่องนั่งอยู่ในรายการ เรื่องนี้พี่แหม่มอยากบอกอะไรกับทางญาติ?
แหม่ม : “อยากขอแสดงความเสียใจด้วย เพราะว่าทางแม่เองก็ไม่ได้ตั้งใจจะให้เขาถึงแก่ชีวิต เพียงแค่อยากให้เขาเจ็บและหยุดการกระทำเพราะเขาไมลดละพวกเรา และพวกเราก็สู้เขาไม่ได้ค่ะ”

มุมมองอยากบอกเขาแบบนี้เหรอ?
แหม่ม : “อยากขอโทษเขาค่ะ อยากขอโทษว่าเราไม่ได้ตั้งใจให้เกิดเรื่องร้ายแรงแบบนี้”

พี่เอมองไง?
เอ : “สามรุมหนึ่ง ทำไมต้องเอามีดมาแทง มาอะไร มันเป็นภาพที่หดหู่นะพี่ เห็นแล้วเสียใจกันทุกคน น้องเราโดนรุม แต่อย่างว่าคนเป็นพูดได้ คนตายพูดไม่ได้พี่ สามรุมหนึ่งเขายังพูดว่าเขาสู้ไม่ได้ แต่ของเราคนเดียว แล้วน้องเราแขนน่าจะไม่ดีข้างนึงถ้าจำไม่ผิด น้องโดนน้ำร้อนลวก เหมือนเส้นยึดข้างนึง”

พี่เอจะดำเนินการให้ถึงที่สุด?
เอ : “ใช่ค่ะ ดำเนินการเอาเรื่องให้ถึงที่สุดค่ะ”

มีอะไรอยากฝากบอก?
เอ : “ไม่มีอะไรอยากฝากบอกค่ะ”

พี่เอแกไม่สบายใจ เพราะตอนแรกมีสำนักข่าวไปเสนอว่าน้องสติไม่ดี แต่จริงๆ ไม่ใช่ แกบอกว่าน้องมีสมาธิสั้น แล้วก็บอกว่าสามรุมหนึ่งจะบอกว่าสู้ไม่ได้อีกหรือ?
แหม่ม : “แต่พี่ก็ไม่ได้รุมเขานะ ไม่ได้เข้าไปหาเขานะ พี่ก็โดนกันเหมือนกัน ครั้งแรกที่เข้าไปจะห้ามเขา เตือนสติเขาว่าเป็นพนักงานนะ อย่าทำแบบนี้ แต่เขาเงื้อมมือใส่พี่ก่อน พี่มีเด็กก็ต้องสู้”

รณณรงค์ : “จังหวะไหนที่ไปเตือนสติ”

แหม่ม : “ที่เดินเข้าไป ก็ห้ามเขาแล้ว บอกเขาแล้วว่าอย่าทำ พี่ด่าตั้งแต่ลงจากรถ แต่เขาไม่หยุด ถามว่าเราเป็นลูกเห็นเขาทำแบบนี้กับพ่อแม่เราจะหยุดได้เหรอ เราก็ต้องกันบ้างให้เขารู้สึกเจ็บบ้าง ว่าเขาทำรุนแรงเกินไปนะ แล้วเขาก็สู้ไม่ได้อยู่แล้ว”

รณณรงค์ : “แต่เราทำให้เขาเสียชีวิตนะครับ”

แหม่ม : “ใช่ค่ะ ผลที่เราเสียหายคือเราทำให้เขาเสียชีวิต เขาเสียหายถึงแก่ชีวิต โดยวันที่เกิดเรื่องแม่ยังไม่รู้เรื่องเลยว่าเขาเสียชีวิต ไปรู้ที่สน.”

รณณรงค์ : “แต่เขานอนเสียชีวิตอยู่แถวนั้นนะ”

แหม่ม : “เราไม่เห็นค่ะ เพราะว่ามีรปภ. ดึงเข้าไปข้างใน เขาก็เดินเข้าไปปกติ”

กรณีนี้เข้าข่ายไหน?
รณณรงค์ : “อย่างแรกถ้าเป็นเรื่องทะเลาะวิวาทจะชอบอ้างว่าอีกฝั่งนึงเปิดก่อน ทำร้ายร่างกายก่อนเขาถึงป้องกันตัว แต่ในทางกฎหมาย การอ้างแบบนั้น ต้องดูพฤติกรรมหลายๆ อย่างประกอบด้วย อย่างกรณีนี้ ต่างฝ่ายต่างมีเรื่องกัน พร้อมมีเรื่อง เรียกว่าสมัครใจทะเลาะวิวาท ในระหว่างการวิวาทในทางกฎหมายจะมาอ้างบันดาลโทสะก็ไม่ได้ มาอ้างป้องกันตัวก็ไม่ได้ เพราะต่างฝ่ายต่างพร้อมเข้าไปสู่ความเสี่ยงภัยเอง ทีนี้การทำร้ายร่างกาย ต้องแยกกันว่าทำร้ายหนัก ทำร้ายเบาเหรือเอาให้ตาย เรื่องนี้ถ้าไม่มีมีดทุกอย่างจบ ไม่ต้องมามีอะไรสูญเสียขนาดนี้ แต่เมื่อมันมีมีด ต้องบอกอย่างหนึ่งว่าการแทงถึง 2 ครั้ง ศาลฏีกาบอกเลยว่าเจตนาฆ่า ครั้งแรกข้างหน้า ครั้งที่สองข้างหลัง การแทงหนึ่งครั้งถ้ามันเป็นที่สำคัญก็เป็นเจตนาฆ่าเหมือนกัน ทีนี้ประเด็นที่ทนายความต่อสู้กันในศาล เขาจะดูอย่างเดียว ตำแหน่งที่แทง ถ้าแผลเดียวเขาจะต่อสู้ว่าไม่ตั้งใจทำให้ตาย เพราะอัตราโทษต่างกัน แต่กรณีเนื่องจากแทงสองรอบ มันเถียงไม่ได้เลย ว่าตั้งใจทำร้ายร่างกาย หรือให้หยุดอยู่ตรงนั้น อันนี้คือตั้งใจเอาให้ตายเลย”

ถ้าเขาบอกว่าพ่อแม่เขาสูงอายุ?
รณณรงค์ : “ขอโทษอย่างนึงนะ คนแก่ทำผิดก็ต้องโดนจับ ถ้ากฎหมายบอกว่าไปแทงใครแล้วไม่ต้องรับผิดชอบมันไม่ใช่ เพียงแต่ว่าเมื่อสำนึกผิดเข้าไปอยู่ในเรือนจำ กรมราชทัณฑ์เขาจะมีวิธีดูแลผู้สูงวัยอีกแบบนึงเท่านั้นเอง แต่ก็ต้องติดคุกนะครับ”

พี่แหม่มทราบมั้ยว่าล่าสุดคุณแม่รปภ.ที่เสียชีวิต แม่เสียใจมาก บอกว่าโซ่ขาดจากชีวิตเลย วันนี้ลูกชายตายไปเหมือนโซ่ขาด ทั้งเนื้อทั้งตัวมีตังค์แค่ 44 บาท การที่พี่มีเด็กอยู่ในตัว แล้วการเข้าไปลุยกับรปภ. ไม่กลัวอันตรายเกิดกับเด็กเหรอ?
แหม่ม : “ก็ไม่มีใครช่วย พี่ก็กลัวพ่อแม่พี่ตายเหมือนกัน เราก็ไม่รู้เขาจะแค่ไหน เพราะเขาก็ลุแก่โทสะ เขาก็โมโหมากเหมือนกัน แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าแม่ไปเอามีดมาตอนไหน พี่ก็ไม่เห็น”

โซเชียลมองว่าการที่พ่อแม่พี่ทำแบบนี้ มันไม่ถูกต้อง?
แหม่ม : “ก็อยากขอวอนให้เข้าใจมุมเราบ้าง ถ้าทุกคนอยู่จุดนั้นจะทำยังไง เพราะไม่มีใครช่วยเรา แล้วพ่อโดนตีแม่ก็เข้าไปช่วย เขาก็กลัวผัวเขาตายเหมือนกัน พอแม่เขาเข้าไปช่วย เขาก็ตีแม่เหมือนกัน มันก็พัวพันอยู่อย่างนี้”

กรณีพี่รปภ.หันหลังเดินกลับไปทำไมเอามีดไปแทงอีก?
แหม่ม : “อันนี้พี่ไม่เห็นช็อตนี้ ตอนนั้นพี่โทรศัพท์อยู่”

มองยังไง?
รณณรงค์ : “ถ้าผมเป็นญาติรปภ. ผมดำเนินคดีทั้งสามคนเลย ไม่ใช่เอาเฉพาะแม่ เอาทั้งลูกด้วย แยกดำเนินคดีกันไป เอาให้หมดทั้งบ้านเลย เพราะร่วมกันหรือเปล่า ไม่ใช่เอาเฉพาะแม่นะ”

น่าจะเข้าไปขอโทษเขาด้วยความจริงใจ หยุดมุมที่คิดว่าเราถูกกระทำ?
รณณรงค์ : “วันนี้แม่รปภ.เขาพูดคุยกับแม่เขาไม่ได้แล้ว แต่วันนี้คุณยังไปคุยกับแม่ที่เรือนจำได้ อะไรคือความแตกต่างของเรื่องนี้ อยากให้คิดดู เราจะเข้าใจว่าคนนึงไม่มีโอกาสคุย ไม่มีโอกาสแก้ตัวเลยนะว่าวันนั้นมันเกิดอะไรขึ้น แล้วแม่เขาก็ไม่มีโอกาสคุยกับลูกเขาแล้ว”

อยากบอกว่าสังคมโซเชียลที่ถล่มด่าก็ให้เพลาๆ หน่อย?
แหม่ม : “ค่ะ เพราะเราก็หนักอยู่แล้ว”

แต่โซเชียลเขาก็มองว่าฝั่งโน้นก็สูญเสียนะ หนักกว่าพี่ที่ถูกด่าอีก ต้องยอมรับทุกสิ่งที่เกิดขึ้น?
แหม่ม : “ค่ะ”

ตอนนี้แม่ต้องประกันตัวเท่าไหร่?
แหม่ม : “ตร.บอกว่า 5 แสนที่โรงพัก แต่ที่ศาลเรายังไม่รู้”

มีตังค์ไปประกันมั้ย?
แหม่ม : “ไม่มีเลย”

แล้วจะทำยังไง?
แหม่ม : “ต้องรอดูต่อไป พี่ไม่รู้กระบวนการทางกฎหมายด้านนี้ ถ้าไม่มีเงินก็ตามสภาพ เราก็ไปเยี่ยมเขาเอา แม่เป็นหัวหน้าครอบครัว พี่ก็มีครอบครัวและภาระของพี่ พ่อเขาก็ไม่ค่อยแข็งแรงเท่าไหร่ ไม่ได้เต็มที่เท่าแม่”

อยากบอกอะไร?
รณณรงค์ : “ถ้าวินาทีนั้นไม่หยิบมีดมา จะไม่เกิดความสูญเสีย ฝากเป็นอุทาหรณ์ อย่าใจร้อน อย่าอารมณ์เสียง่าย ต่อให้มีอาวุธก็เก็บไว้ที่เดิมนั่นแหละ ไม่งั้นวันนึงคนนึงติดคุกไม่รู้จะทั้งชีวิตหรือเปล่า ส่วนคนนึงเสียชีวิต”

Load More Related Articles
Load More By ปารีณา โรมานอฟ
Load More In ข่าว
Comments are closed.

Check Also

วิธีเอาเงินคืน หากโดนโกง หลังซื้อของออนไลน์ ปลอดภัย ได้เงินคืนชัวร์ๆ

เดี๋ยวนี้ใครๆก็ซื้อของออนไลน์กันไปซะหมด ไม่ต้องเสียเวลา … …