Home ข่าว เจ้าบ่าว ใช้เท้าสวมแหวน ให้เจ้าสาวกลางเวที ทำเอาอึ้งคิดว่าไม่ให้เกียรติ ก่อนที่ทุกคนจะปรบมือยินดี

เจ้าบ่าว ใช้เท้าสวมแหวน ให้เจ้าสาวกลางเวที ทำเอาอึ้งคิดว่าไม่ให้เกียรติ ก่อนที่ทุกคนจะปรบมือยินดี

30 second read
ปิดความเห็น บน เจ้าบ่าว ใช้เท้าสวมแหวน ให้เจ้าสาวกลางเวที ทำเอาอึ้งคิดว่าไม่ให้เกียรติ ก่อนที่ทุกคนจะปรบมือยินดี
0
288

ต้องบอกว่าเป็นเรื่องราวที่ซึ้งใจและเป็นการเติมเต็มกำลังใจให้ทุกคนที่ยอท้อได้เป็นอย่างดี โดยสื่อต่างประเทศเปิดเผยว่า ที่มณฑลเฮย์หลงเจียง ประเทศจีนมีชายสูง 180 ซม. เขาสูญเสียมือทั้งสองข้างไปตั้งแต่ยังเล็กมาก ทำให้รู้สึกเป็นปมด้อยมาก จนกระทั่งได้พบเจอหญิงสาวผู้หนึ่งที่ทุกข์ทรมาน จากอาการ ผิดปกติ แต่กำเนิดทำให้รูปร่างแคระ ไม่สูง เธอมีความสูงเพียง 110 ซม.เท่านั้น เมื่อทั้งคู่พบกันก็กลายเป็นส่วนเติบเต็มให้แก่กันและกัน

โดยหญิงสาว เผิงยวี่ ที่สูงเพียง 110 ซม. อายุ 21 ปี ซึ่งก็เป็นชาวมณฑลเฮย์หลงเจียงเช่นกัน ครอบครัวของเธอไม่มีใครมีรูปร่างผิดปกติหรือแคระเลย แต่ทว่าเธอกลับมีความสูงเพียง 110 ซม. เธอหยุดพัฒนาการทางร่างกายตั้งแต่อายุยังน้อย ทำให้มีความสูงเหมือนเด็ก หลังจากการตรวจร่างกายแล้วก็พบว่าเธอเป็นโรคคนแคระ แต่กำเนิด ไม่สามารถรักษาได้

เผิงยวี่เป็นคนร่าเริงแจ่มใส่เป็นอย่างมาก แม้ว่าภายในจิตใจจะเป็นปมด้อยและบอบช้ำก็ตาม เพราะตั้งแต่เล็กจนโตก็จะถูกผู้คนรอบข้างมองด้วยสายตาแปลกๆ เพื่อนบางคนก็หัวเราะเยาะเธอ แต่เธอก็ยังเป็นคนร่าเริง ยิ้มแย้มแจ่มใสเหมือนเดิมตลอดมา



ส่วนด้านจางกังชายผู้สูญเสียแขนทั้งสองข้างไปตั้งแต่ยังเล็กด้วยวัยเพียง 5 ขวบเท่านั้น เนื่องจากตอนนั้นเขายังเด็กมากไม่ทันระวังเอามือไปสัมผัสโดนหม้อแปลงไฟฟ้าทำให้แขนทั้งสองข้างบาดเจ็บ จนต้องตัดแขนทิ้งไป ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาเขาก็เก็บตัวเงียบเพียงคนเดียว หลบหน้าคนรอบข้างเพราะไม่อยากจะตอบคำถามเกี่ยวกับแขนทั้งสองข้างของเขา เขามักคิดเสมอว่าตนเองเป็นคนไม่มีประโยชน์ แต่หลังจากที่เผิงยวี่ผ่านเข้ามาในชีวิตของเขาก็ทำให้ความคิดของจางกังเปลี่ยนไป

โดย เมื่อปี 2017 จางกังได้เข้าร่วมการฝึกอบรมการเล่นสกีสำหรับคนพิการ ที่ทางการได้จัดขึ้นและนั้นเป็นเหตุให้ทั้งคู่ได้พบและรู้จักกัน จางกังสังเกตเห็นเผิงยวี่ที่รูปร่างแคระ แต่กลับมีการเคลื่อนไหนที่คล่องแคล่วมาก และดูมีความมั่นใจในตนเองสูง ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่สดใส ในขณะเดียวกันนั้นเองรูปร่างหน้าตาที่หล่อเหลาของจางกังก็ดึงดูดความสนใจเผิงยวี่เช่นกัน ทั้งสองเริ่มพูดคุยกัน เริ่มสนิทกันมากขึ้น จนกลายเป็นความผูกพันธ์ที่ลึกซึ้งอย่างบอกไม่ถูก

สำหรับความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็เริ่มต้นขึ้น ในตอนแรกพ่อแม่ของเผิงยวี่ต่อต้านจางกังเป็นอย่างมาก แต่เพื่อพิสูจน์ความรักที่บริสุทธิ์ใจที่ทั้งคู่มีต่อกันนั้น จางกังก็เริ่มใช้เท้าล้างหน้า,กินข้าว,ใส่เสื้อผ้าและทำกิจวัตรประจำวันด้วยตนเองทุกอย่าง แถมยังใช้เท้ายกน้ำให้เผิงยวี่ดื่ม ใช้เท้าหยิบจับของในที่สูง เขาพยายามพิสูจน์ให้พ่อแม่ของเผิงยวี่รับรู้ว่าตนสามารถช่วยเหลือตนเองได้และยังสามารถปกป้องเผิงยวี่ได้เช่นกัน

ด้านเผิงยวี่ก็เป็นคนมองโลกในแง่ดีมาก อีกทั้งยังเป็นหญิงสาวที่ใครอยู่ด้วยก็รู้สึกอบอุ่นหัวใจ เพราะถูกเสียงหัวเราะและรอยยิ้มของเธอหล่อหลอมจิตใจ และเพราะเหตุนี้เองทำให้จางกังค่อยๆยอมกล้าที่จะออกมาเผชิญหน้ากับโลกกว้างมากขึ้น

จางกังเริ่มเปลี่ยนทัศนคติเชิงลบ ซึ่งก่อนหน้าที่เขามีอยู่นั้นออกไปอย่างงช้า ๆ เขาบอกว่า “เมื่อก่อนผมไม่กล้าใส่เสื้อแขนสั้นออกนอกบ้าน ตอนนี้ผมกลับไม่คิดอย่างนั้น และตอนนี้หากผู้คนบนท้องถนนมองดูพวกเรา ผมก็ไม่รู้สึกแคร์สายตาของพวกเขาเท่าไหร่”

หลังจากที่ตั้งคู่แต่งงานกันแล้ว ก็เปิดช่องไลฟ์สดของตนเอง เพื่อแบ่งปันการใช้ชีวิตประจำวันของทั้งคู่ให้ผู้คนได้เห็นถึงการเสริมสร้าง ร่วมด้วยช่วยกันของทั้งคู่ในแต่ละกิริยาบท จนกลายเป็นคนที่มีชื่อเสียง เป็นที่นิยมมากในปัจจุบัน พวกเขามีแฟนคลับเป็นของตนเอง และแฟนๆของพวกเขาก็อวยพร ให้กำลังใจทั้งคู่อย่างเหลือล้น

ขอบคุณเรื่องราวจาก ettoday

Load More Related Articles
Load More By ฮัมซา บิน ลาดิน
Load More In ข่าว
Comments are closed.

Check Also

อดีต ผจก.นิติบุคคล ชำแหละความจริงสาเหตุของ เสียงคนลากเก้าอี้ ลูกแก้วหล่นพื้น คล้ายคนตำน้ำพริกกลางดึก

จากกรณีที่เคยเป็นกระแสข่าวโด่งดัง สำหรับเหตุการณ์ที่หนุ … …