Home ข่าว ประสบการณ์ชวนหลอนของ บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ หวิดสิ้นชื่อนับครั้งไม่ถ้วน แถมต้องเสียซิงให้กับผีสาว (คลิป)

ประสบการณ์ชวนหลอนของ บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ หวิดสิ้นชื่อนับครั้งไม่ถ้วน แถมต้องเสียซิงให้กับผีสาว (คลิป)

30 second read
ปิดความเห็น บน ประสบการณ์ชวนหลอนของ บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ หวิดสิ้นชื่อนับครั้งไม่ถ้วน แถมต้องเสียซิงให้กับผีสาว (คลิป)
0
1,338

เป็นดาราที่อุทิศตนให้จิตอาสาโดยแท้ สำหรับ บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ที่มักจะตระเวนช่วยเหลือผู้ยากไร้ทั่วไทยอยู่เสมอ แต่ใครจะรู้ว่าครั้งแรกกับเรื่องบนเตียงของ บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ จะถูกเปิดซิงครั้งแรกด้วยวิญญาณหญิงสาว

โดย บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ เปิดอกยอมรับผ่านรายการ แฉ ที่มี มดดำ คชาภา เป็นพิธีกรร่วมกับ น็อต วรฤทธิ์ และ ดีเจเชาเชา ซึ่งก็โดนพิธีกรฝีปากกล้ายิงคำถามแบบตรงๆ เลยว่า “พี่ไม่มีเมียนี่” โดย บิณฑ์เล่าว่า “เมีย เคยมี แต่พอคบไปแล้วก็เลิก แต่ทุกวันนี้ไม่มีแล้ว จริงๆ มันก็เหงานะ เพราะกลับบ้านไปมันก็ว่างเปล่า มีแค่แม่อยู่ แล้วก็น้องสาวที่มาดูแลแม่เวลาที่ผมไม่อยู่

คือเวลาว่างๆ ก็จะใส่ชุดขาวไปปฏิบัติธรรมกับหลวงพ่อเณร ที่วัดทุ่งเศรษฐี เพราะทำให้เราสบายใจ เนื่องจากเราทำงานที่เกี่ยวกับแบบนี้ เวลาที่เราไปเก็บศพมามากๆ การที่เราทำอะไรเกี่ยวกับพวกสัมภเวสี เราก็ต้องไปบ้าง คือเป็นการแผ่ส่วนบุญให้เขาด้วย แต่ปกติศพที่ผมไปเก็บมาไม่เคยตามผมกลับบ้านมาเลยนะ ส่วนมากที่เจอคือจะไปเจอตอนที่ไปถ่ายหนัง ถ่ายละคร เพราะศพที่ผมเก็บผมมักจะบอกเสมอว่าอย่าตามมาหานะครับ เพราะเรามาช่วยด้วยความเต็มใจ



จริงๆ จะว่าไปแล้ว ผมผูกพันกับผีมานานมาก เพราะตอนเกิดมาได้สักประมาณ 5 – 6 เดือน ผมตกลงมาจากที่สูงประมาณ 3 – 4 เมตร ที่บ้านแล้วตายคาที่ แล้วสิ่งที่แม่ทำคือกระโดดข้ามผม 3 ที ซึ่งมันเป็นเคล็ดของคนโบราณ แล้วผมก็ตื่นขึ้นมา ถ้าตอนนั้นแม่ไม่กระโดดข้ามผีก็จะมาเอาไป นั่นคือสิ่งที่ผมเหมือนจะจำได้มาจนถึงทุกวันนี้

แล้วยิ่งกว่านั้นคือที่บ้านอยู่ติดกับโรงเจ แล้วที่นั่นเขาก็เก็บศพไม่มีญาติจึงทำให้เราผูกพันกับแบบนี้ตลอด แต่ตอนเด็กๆ ไม่เคยเห็นเป็นตัวๆ เพิ่งจะมาเห็นตอนโต และตอนที่เราอาศัยอยู่ที่อรัญประเทศ บ้านก็ใกล้กับวัดหลวงอรัญ ประมาณปี 2515 – 2516 ศพเขมรแดงเป้นร้อยๆ เลยที่วัดหลวงอรัญ และบ้านเราก็อยู่ที่หน้าวัดนั้นมันก็เลยเห็นตลอด

ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่ายังไงผมถึงมาอยู่กับร่วมกตัญญูได้ มันแปลกนะ อาจจะเพราะผูกพันกับสิ่งนี้มานาน เอาจริงๆ ผมเกือบตายไปแล้ว 7- 8 หลายคนยังบอกเลยว่า มึงตายไปแล้ว คือผมเคยสลบไป 11 ชั่วโมง ตอนนั้นประมาณ 8 – 9 ขวบ ผมขี่จักรยานอยู่ที่วัฒนานคร อยากไปดูเครื่องบินลง แล้ว ไทด์ เอกพันธ์ ดันเร่งให้เร็วๆ ก็เลยชนเสาไฟฟ้า แล้วผมก็สลบไป เอกพันธ์ กลัวว่าจะมีความผิด เลยลากผมลงข้างทางแล้วดึงหญ้ามาปกคลุม แล้วก็ขี่จักรยานกลับบ้าน แต่โชคดีมีคนอยู่แถวนั้นเห็น เขาก็เลยวิ่งมาดูกัน สภายหน้าเราคือหัวโนแล้วเราเองก็ไม่รู้เรื่อง แล้วเขาก็พากันไปส่งที่สุขศาลา และก็เอาดินสอพองมาพอกแล้วก็พาไปส่งที่้บ้าน

แต่ว่าระหว่างที่ผมสลบอยู่ 11 ชั่วโมง มีคนพาผมไปดูนรกสวรรค์ ถ้าผมพูดไม่จริงขอให้ตายต่อหน้าไฟเลย มันเป็นดินแดนที่เวิ้งว้างไกลสุดลูกหูลูกตา เหมือนกับว่าถ้าเราไปตอนกลางวัน เราจะมองเห็นคนตัวเท่ามดนุ่งขาวห่มขาวเดินอยู่ ซึ่งอันนี้ผมว่าน่าจะเป็นสวรรค์ พอไปถึงนรกมันจะมืด มันจะมีไฟเหมือนกระทะทองแดง และมีไฟลุกโหมขึ้นท่ามกลางเสียงกรีดร้องของผู้คน ผมกลัวผมก็บอกเขาว่าขอกลับดีกว่า เขาบอกว่าเดี๋ยวจะพาไปดูต่อ แล้วก็พาผมเที่ยวไปดูอีก จนกระทั่งผมฟื้นขึ้นมา จากนั้นผมก็เจอเหตุการณ์เฉียดตายเรื่อยมา แต่ที่ผมตายไม่ได้เพราะเขาให้ดวงของผมมาช่วยคน ฉะนั้นมึงต้องไม่ตาย

ผมกระโดดหน้าผาที่กาญจนบุรีตอนไปถ่ายหนัง เพราะผู้กำกับหลอกผมว่า สรพงษ์ ชาตรี กับ นาท ภูวนัย กระโดดลงมาแล้ว แล้วทำไม บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ไม่กล้า ความสูงประมาณตึก 15 ชั้น และต้องกระโดดลงน้ำขนาดสแตนอินยังไม่กล้ากระโดดเลย จนผมตัดสินใจกระโดดลงมาและผมก็ไม่รู้เรื่องอะไรอีกเลย จนกระทั่งได้ยินเสียงคนเรียก ผมเลยตะเกียกตะกายขึ้นมาแต่กว่าจะโผล่ผิวน้ำได้ก็แทบจะขาดใจ

ส่วนที่บอกว่าครั้งแรกที่ผมต้องเสียความบริสุทธิ์ คือตอนนั้นอายุประมาณ 18 ปี หลังจากที่ไปเรียนกลับมาก็เพลีย เลยนอน และมันก็มีเสียงกลอนหล่น ผมก็ลิมตาตื่น แต่ปรากฏว่าไม่ใช่ไทด์ แต่เป็นผู้หญิงปิดหน้าปิดตา สวมผ้าถุงโบราณ แต่เราลืมตาได้แต่ขยับตัวไม่ได้ กระทั่งเขาเดินมาที่เตียงเราแล้วก็ขึ้นคร่อมเราเลย แล้วก็รู้สึกเหมือนการมีเพศสัมพันธ์กันจริงๆ

ขอบคุณรายการแฉ

Load More Related Articles
Load More By ริวซากิ
Load More In ข่าว
Comments are closed.

Check Also

ทำหน้าที่ของผมต่อไป “บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์” ไม่สนดราม่า มุ่งหน้าทำความดี ช่วยเหลือชายป่วยโรคสะเก็ดเงิน

เมื่อวันที่ 2 ต.ค. 63 เพจเฟซบุ๊ก “บิณฑ์ บรรลือฤทธ … …