Home ข่าว สธ.แถลงยืนยันผู้ป่วยในประเทศไทยล่าสุด ติดแม้ติดเชื้อน้อยลงแต่ยอดยังพุ่งไม่หยุด

สธ.แถลงยืนยันผู้ป่วยในประเทศไทยล่าสุด ติดแม้ติดเชื้อน้อยลงแต่ยอดยังพุ่งไม่หยุด

34 second read
ปิดความเห็น บน สธ.แถลงยืนยันผู้ป่วยในประเทศไทยล่าสุด ติดแม้ติดเชื้อน้อยลงแต่ยอดยังพุ่งไม่หยุด
1
2,824

จากสถานการณ์โรคปอดอักเสบชนิดรุนแรงที่เกิดจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือ ไวรัสโควิด -19 ที่กำลังระบาดในจีน โดยเริ่มมีการรายงานว่าพบผู้ป่วยโรคนี้ครั้งแรกเมื่อเดือน ธ.ค. ปี 2562 ที่เมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย์ ตอนกลางของประเทศจีน จนตอนนี้โรคไม่ได้จำกัดอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว แต่ยังกระจายไปทุกมณฑลและเขตการปกครองอื่นๆ ของจีน และหลายประเทศทั่วโลก ซึ่งทำให้มีผู้ติดเชื้อแล้วมากกว่า 337,000 คน และผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 14,600 และมีท่าทีว่าจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

ล่าสุด กระทรวงสาธารธสุข นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน สาธารณสุขนิเทศก์เขตสุขภาพที่ 10 ได้แจ้งยอดผู้ป่วยล่าสุดว่ามีผู้ป่วยหายเพิ่ม 7 ราย ซึ่งทำให้มีผู้ป่วยกลับบ้านแล้ว 52 ราย กำลังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 668 ราย เสียชีวิต 1 ราย รวมแล้วมีผู้ป่วยสะสม 721 ราย เพิ่มขึ้นจากเมื่อวาน 122 ราย

สรุปพบผู้ป่วย COVID – 19 เพิ่ม 122 คน แบ่งได้ดังนี้
กลุ่ม 1 : 20 คน



  • ไปสนามมวย 4 คน
  • สัมผัสกับผู้ป่วยเดิม 16 คน
    กลุ่ม 2 : ผู้ป่วยใหม่ 10 คน
  • คนต่างชาติ 2 คน
  • คนไทย 2 คน
  • ทำงานในที่แออัด 6 คน
    กลุ่ม 3 : มี 92 คน อยู่ในระหว่างสอบสวนโรค

โดยส่วนใหญ่ยังเป็นกลุ่มจากสนามมวย ส่วนสถานบันเทิงไม่พบเพิ่ม ขณะผู้ป่วยกลุ่มใหม่ คือคนที่สัมผัสและใกล้ชิดกับชาวต่างชาติ ขณะนี้มีผู้ป่วยรักษาหาย ได้กลับบ้าน 7 ราย ขอคนกลับบ้านต่างจังหวัดแยกตัว 14 วัน

อย่างไรก็ตาม แนวโน้มตอนนี้ เป็นผู้ติดเชื้อรายใหม่ และเกิดในต่างจังหวัดมากขึ้น ด้านสธ.จึงขอให้ผู้ที่เดินทางกลับภูมิลำเนา รายงานตัวต่อจนท. ของ สธ. หรือ รพ. จังหวัด อำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่ บ้าน หรือ อสม. โดยย้ำอย่างเคร่งครัดว่า ให้แจ้งกับ จนท. ด้วย แสดงตัวเอง และกักตัวเอง ทั้งยังวอน ปชช.ไม่ออกสังคม คิดถึงส่วนรวม หวั่นยอดสูงแบบยุโรป ชี้ทุกคนอยู่ในจุดที่เลือกได้ ห่วงเดินทางสาธารณะ

รายงานข่าวกรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019(COVID-19)
ประจำวันที่ 23 มีนาคม 2563

  1. สถานการณ์ ถึงวันที่ 22 มีนาคม 2563 ณ เวลา 08.00 น.
    1.ผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อรักษาในโรงพยาบาล 668 ราย กลับบ้านแล้ว 52 ราย เสียชีวิต 1 ราย รวมสะสม 721 ราย
    2.สถานการณ์ทั่วโลกใน 185 ประเทศ 2 เขตบริหารพิเศษ 1 นครรัฐ 2 เรือสำราญ ข้อมูลตั้งแต่ 5 มกราคม – 23 มีนาคม 2563 (07.00 น.) พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อจำนวน 329,624 ราย เสียชีวิต 14,433 ราย ส่วนประเทศจีนพบผู้ป่วย 81,054 ราย เสียชีวิต 3,261 ราย อิตาลีพบผู้ป่วย 59,138 ราย เสียชีวิต 5,476 ราย
  2. สธ.เผยพบผู้ติดเชื้อโคโรนา 2019 ใหม่เพิ่ม 122 ราย กลับบ้าน 7 ราย
    กระทรวงสาธารณสุขเผยพบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เพิ่ม 122 ราย กลับบ้าน 7 ราย ขอให้ผู้เดินทางกลับภูมิลำเนาทุกคนรายงานตัวต่อเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ ปฏิบัติตามคำแนะนำกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด กักตัวที่บ้าน สังเกตอาการ เว้นระยะห่าง 1 – 2 เมตร
    นายแพทย์ศุภกิจ ศิริลักษณ์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยนายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน สาธารณสุขนิเทศก์ และโฆษกกระทรวงสาธารณสุข แถลงข่าวสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ว่า วันนี้มีผู้ป่วยกลับบ้านได้ 7 ราย และมีผู้ป่วยเพิ่ม 122 ราย แบ่งเป็น 3 กลุ่มดังนี้
    กลุ่มที่ 1 ผู้ป่วยที่มีประวัติสัมผัสกับผู้ป่วย หรือเกี่ยวข้องกับสถานที่ที่พบผู้ป่วยก่อนหน้านี้ จำนวน 20 ราย ได้แก่ กลุ่มสนามมวย 4 ราย และกลุ่มผู้สัมผัสกับผู้ป่วยที่มีรายงานมาแล้ว 16 ราย
    กลุ่มที่ 2 ผู้ป่วยรายใหม่ จำนวน 10 ราย ได้แก่ กลุ่มผู้เดินทางจากต่างประเทศ/ชาวต่างชาติ 4 ราย,กลุ่ม ผู้ทำงานหรืออาศัยในสถานที่แออัดต้องใกล้ชิดคนจำนวนมาก หรือเกี่ยวข้องกับชาวต่างชาติ 6 ราย
    กลุ่มที่ 3 ผู้ที่ได้รับผลยืนยันทางห้องปฏิบัติการพบเชื้อแต่อยู่ระหว่างรอประวัติและสอบสวนโรค 92 ราย
    สำหรับผู้ป่วยอาการหนักมี 7 ราย จาก สถาบันบำราศนราดูร โรงพยาบาลเพชรบูรณ์ โรงพยาบาลในสังกัดโรงเรียนแพทย์ และโรงพยาลบาลเอกชน ทุกรายใส่เครื่องช่วยหายใจ และเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยสรุป มีผู้ป่วยกลับบ้านแล้ว 52 ราย ยังรักษาในโรงพยาบาล 668 ราย เสียชีวิต 1 ราย รวมสะสม 721 ราย

ขณะนี้มีแนวโน้มผู้ติดเชื้อรายใหม่ในต่างจังหวัดเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากมีประชาชนบางส่วนเดินทางกลับภูมิลำเนาทั้งก่อนและหลังที่จะมีประกาศปิดสถานที่ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ขอให้รายงานตัวต่อเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ ได้แก่ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด, ผู้ว่าราชการจังหวัด, ผอ.โรงพยาบาล, นายอำเภอ, สาธารณสุขอำเภอ, กำนัน, ผู้ใหญ่บ้าน, อสม., ผู้นำชุมชน ทันทีทุกคน พร้อมทั้งให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข ให้กักกันตัวเองที่บ้านอย่างเคร่งครัด อย่างน้อย 14 วัน ไม่อยู่ใกล้ชิดผู้อื่น เว้นระยะห่างระหว่างกัน 1 -2 เมตร งด/ลด การเดินทางโดยไม่จำเป็น ไม่ไปในพื้นที่แออัด และแยกสำรับอาหาร สังเกตอาการหากมีไข้ มีอาการระบบทางเดินหายใจ รีบพบแพทย์ทันที
โดยเฉพาะผู้ที่เป็นกลุ่มเสี่ยงสูง อาทิ ผู้ชม ผู้ทำงาน ในสนามมวย สถานบันเทิง ที่กลับไปภูมิลำเนา พ่อ แม่ ภรรยา สามี ลูก หลาน หรือผู้สัมผัสใกล้ชิดกับกลุ่มดังกล่าวมีโอกาสติดเชื้อได้ การป้องกันที่ดีที่สุด คือ การกักกันตัวเอง รักษาระยะห่างทางสังคม (Social Distancing)

ขอย้ำผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงหากยังไม่มีอาการ ไข้ ไอ มีน้ำมูก เจ็บคอ ปวดเมื่อยตามร่างกาย ให้กักกันตนเองอย่างเคร่งครัด เว้นระยะห่างทางสังคม ที่สำคัญยังไม่ต้องเข้ารับการตรวจหาเชื้อ เพราะหากยังไม่มีอาการโอกาสตรวจพบเชื้อมีน้อยมาก ซึ่งส่วนใหญ่จะเข้าใจว่าตัวเองไม่ป่วย ยังคงมีกิจกรรมทางสังคม ขาดการระมัดระวังตัวเอง แต่หากเมื่อป่วยภายหลังจะทำให้ผู้ใกล้ชิดมีโอกาสรับเชื้อ กลายเป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูง และเจ็บป่วยตามมาอีกจำนวนมาก จากข้อมูลการตรวจทางห้องปฏิบัติการล่าสุดมีผู้มาขอรับการตรวจทั้งหมด 30,000 ตัวอย่าง ในจำนวนนี้เป็นผู้อยู่ในเกณฑ์เฝ้าระวัง (PUI) ประมาณ 10,000 ราย ผลยืนยันพบเชื้อเพียง 400 ราย

Load More Related Articles
Load More By ริวซากิ
Load More In ข่าว
Comments are closed.

Check Also

ปธน.ทรัมป์กลับมาลุยงานเต็มตัว ขอบคุณพระเจ้าที่ทำให้ติดโควิด

จากที่ก่อนหน้านี้ โดนัลด์ จอห์น ทรัมป์ ประธานาธิบดีแห่ง … …